I love ferns เว็บของคนรักเฟิน    

 
I Love Ferns arrow ข้อมูลทั่วไปเฟินชายผ้าสีดา
ข้อมูลทั่วไปเฟินชายผ้าสีดา
welcome to Iloveferns. พิมพ์ อีเมล์
 

 

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่ I love ferns ค่ะ

โดยรายละเอียดต่างๆในเว็บนี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับPlatycerium spp., Cultivars หรือเฟินชายผ้าสีดาทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ปลูก รวมทั้งเฟินสายHuperzia spp.

เราจะพยายามอัพเดท สายพันธุ์ใหม่ๆและลูกผสมต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง 

 

 ตอนนี้ทางเราได้เพิ่มเวบบอร์ดเพื่อให้สมาชิก  ลูกค้าทุกท่าน

 และ ที่สนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับเฟิน ค่ะ

เชิญคลิกที่นี่  I love ferns Forum. 

 

 

 

 

เรื่องเนื้อหาในเว็บนี้ค่ะ

 

  A New Platycerium Hybrids เฟินชายผ้าสีดาลูกผสมตัวใหม่ Update!

 

   วีดีโอสาธิตวิธีการเก็บสปอร์เฟินชายผ้าสีดา 

http://www.youtube.com/watch?v=rI48Z81djPQ

 

  วีดีโอสาธิตวิธีการเพาะสปอร์ 

http://www.youtube.com/watch?v=ZKxOVX9wF8E

 

     วีดีโอสาธิตวิธีการแยกเฟินในระยะsporophyte

 http://www.youtube.com/watch?v=tQJMIfI0t_8

 

    วีดีโอสาธิตวิธีการปลูก Platy. wandae กับ Moss Bag

 http://www.youtube.com/watch?v=fk-9GJJz4E0

 การสร้างโรงเรือนระบบอีแวป (How to make the Evap Greenhouse)   

 รคราและแบคทีเรียที่ทำร้ายเฟินชายผ้า (fungi and bacteria attacking ferns)

 สายพันธุ์แท้(species)

 สายพันธุ์ลูกผสมและ cultivars

 การปลูกเลี้ยง(how to grow)

 การแยกหน่อ(propagation from pups)

 การเพาะสปอร์ (spore propagation)

 วัสดุปลูกSphagnum moss

 การทำลูกผสม(Hybridisation          

  การแยกเฟินจากระยะเกิดใบจริง-ลงกระถาง(separate prothalli after having real frond)

          

 

ImageImageImageImageImageImageImage

 

 
ข้อมูลทั่วไปของPlatycerium ferns พิมพ์ อีเมล์

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับชายผ้าสีดา

การเรียกชื่อ เฟินชายผ้าสีดา มี genus คือ Platycerium ส่วนชื่อที่ตามมาคือ ชื่อของspecies   หรือ sp. เช่น  Playcerium coronarium ซึ่ง species คือ coronarium ซึ่งการเขียนชื่อนั้น  จะต้องใช้อักษรตัวเอียงทั้งหมด และชื่อของspecies ต้องขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเล็กเท่านั้น 

 

ส่วนพวกลูกผสม หรือ Hybrids ต้องเป็นอักษรที่ขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ เช่น P.Charles Alford  และเป็นตัวอักษรตรง  ส่วนในกรณีที่เป็นการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ในธรรมชาติ เช่น P.x elemaria ซึ่งเกิดจาก P.elephatotis กับ P.stemaria ลูกที่เกิดมาจะใช้ตัว x นำหน้า เว้นเวรรค แล้วตามด้วยชื่อ elemaria ตัวอักษรทั้งหมด จะเป็นตัวเอียงและใช้อักษรตัวเล็กเช่นกัน แต่ในปัจจุบันนี้ จะใช้ P.Elemaria ไปเลยก็ไม่ผิดประการใด

 

คำอื่นๆที่เราจะเห็นตามท้ายชื่อของชายผ้า   (species) ดังนี้

  -คำว่า var. มาจากคำว่า variety name คำนี้แปลง่ายๆอย่างไม่ชวนเวียนหัว  ก็เป็นปลีกย่อยของสายพันธุ์อีกที  มักใช้ในกล้วยไม้มากกว่าชายผ้าสีดา 

 

  -คำว่า    cv. มาจากคำว่า cultivar name แปลง่ายๆก็เอาไว้เรียก ลักษณะที่แปลกย่อยลงไปตามการปลูกเลี้ยง จนมีลักษณะที่เด่นชัดเป็นของตัวเอง  ซึ่งคำนี้จะพบมากในการเรียกชายผ้าสีดา  ซึ่งคำพวกนี้จะอยู่หลัง species name เช่น  Platycerium hillii cv.Panama ซึ่ง hilliiคือชื่อของspecies และPanama เป็นชื่อ cultivar ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะต่างจาก P.hillii ที่แหล่งอื่น

   

ส่วนต่างๆของเฟินชายผ้าสีดา ตรงไหนเรียกยังไง ดังนี้ค่ะ

 

รอชมรูปเร็วๆนี้ค่ะ

  1. -roots ราก
  2. -rhizome เหง้า
  3. -bud ตา
  4. -shield frond , base frond ใบกาบ
  5. -fertile frond ใบชาย
  6. -spore patch สปอร์

  Image

  Image

  Image

 

คำว่า fronds

จะมี 2 อย่างคือทำหน้าที่ดังนี้

          -fertile frond  จะเป็นใบที่ยื่นพุ่งออกมาจากbud ใบส่วนนี้จะสร้างสปอร์ ซึ่งใบ  fertile frond เรามักเรียกว่า ใบชาย ในขณะที่เฟินยังเล็กๆจะยังไม่มีใบชายให้เห็น

         -shield fronds  จะเป็นใบที่เจริญออกมาจากbud แต่พุ่งไปข้างหลัง ใบส่วนนี้จะโอบล้อมต้นไม้ หรือวัสดุปลูกเพื่อการยึดติด และเพื่อรักษาความชื้นให้กับราก โอบเก็บกักน้ำเอาไว้เพื่อระบบราก และเก็บกักสารอาหารจากใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมา ใบส่วนนี้เราเรียกว่า ใบกาบ  ใบกาบจะเป็นใบส่วนแรกที่เกิดขึ้น

 

ราก 

 

การเกิดรากของชายผ้าสีดา สามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างใบกาบเก่าๆที่เกิดทับซ้อนกัน และเกิดตรงบริเวณที่เกาะติดกับวัสดุปลูกเพื่อการยึดติดในช่วงแรก

  

การแยกชนิดหลักๆของPlatycerium ดังนี้

 Solitary species

สายพันธุ์ที่ไม่มีการเกิดหน่อใหม่หรือ pup

สายพันธุ์นี้จะขยายพันธุ์โดยการใช้ spore เท่านั้น ซึ่งจะมี bud เพียงอันเดียวเท่านั้น ดังนั้นสายพันธุ์นี้จึงมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เด่นชัดเช่น จะมีใบกาบที่ใหญ่โตเพื่อเอาไว้โอบรอบต้นไม้ รากของพวกนี้จะเกาะยึดแน่นกับเปลือกต้นไม้ไว้

การเก็บสารอาหาร  รากจะเกิดทับซ้อนบริเวณใบกาบเก่าๆ ซึ่งพวกใบกาบเก่าๆก็จะย่อยสลายเป็นสารอาหารกับต้น ส่วนใบใหม่ๆก็จะทำหน้าทีเก็บกักใบไม้ที่ร่วงลงมาเพื่อเป็นอาหารต่อไป

การเก็บกักน้ำ  ใบกาบของพวกนี้จะใหญ่แผ่ออกเหมือนจานที่รองรับน้ำฝน น้ำจะลงมาถูกดูดซับที่บริเวณใบกาบเก่าๆที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ

 

 สายพันธุ์ solitary species มีดังนี้

  P.holtthumii  P.grande  P.wandae P.wallichii P.superbum P.redleyi*  

  • ยกเว้น  เพราะว่าเขากวางตั้ง ไม่สามารถใช้ใบกาบทำหน้าที่ดังกล่าวมาได้
 Pup-forming species

 สายพันธุ์ที่แตกหน่อได้ 

สายพันธุ์พวกนี้จะสามารถแตกหน่อใหม่ออกได้มากมายโดยเกิดเป้นต้นใหม่บริเวณปลายรากที่ออกมาสัมผัสกับอากาศด้านนอก

 การเกาะติดกับต้นไม้เกิดขึ้นโดยการแตกหน่อใหม่ออกรอบๆต้นไม้ที่อาศัยอยู่เพื่อการยึดติด

 

การเก็บกักสารอาหาร

สายพันธุ์พวกนี้จะใช้สารอาหารจากใบกาบที่เก็บกักใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมา  แล้วก็จากใบกาบเก่าๆที่ย่อยสลายผุพังเพื่อเป็นอาหารต่อไปหลังจากที่มันตาย

 

การเก็บกักน้ำ ก็เก็บที่ใบกาบเก่าๆที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่กักน้ำไว้ซึ่งบางชนิดสามารถทนแล้งได้3เดือน

 

สายพันธุ์ที่แตกหน่อได้มีดังนี้

P.alcicorne   P.andinum  P. elephantotis  P.stemaria

P.coronarium  P.ellisii  P.bifurcatum  P.veithchii  P.willinckii

p.hillii  P.madagascariense  P.quadridichotomum

 

 

 

หรือจะเป็นการแยกตามแหล่งการเกิดมีดังนี้

 

โดยนอดจากจะแตกต่างทางด้านบริเวณแหล่งกำเนิดแล้ว พวกนี้ยังจะมีลักษณะความแตกต่างที่ดูได้จากการตัดท่อน้ำเลี้ยงตรงก้านของใบชายที่แตกต่างกัน  ไว้จะวาดรูปให้ดูนะคะ

 

1.Malayan-Asiatic species

มีดังนี้  P.wallichii  P.grande  P.superbum  P.wandae  P.holttumii P.coronarium  P.ridleyi

 

ก้านของใบชายเมื่อตัดแนวขวางจะเห็นเป็นเส้นขอบสีดำของเนื้อเยื่อชัดเจนรอบๆวงกลม  แล้วจะเห็นท่อลำเลี้ยงอาหาร เป็นจุดๆสีดำๆโดยรอบ โดยเว้นตรงกลางเอาไว้

 

Image

 

2.African-American species

มีดังนี้  P.andinum P.elephantotis P.stemaria  P.madagascariense  P.quadridichotomum  P.ellisii  P.alcicorne

ก้านของใบชายเมื่อตัดแนวขวางจะเห็นเนื้อเยื่อรอบๆเป็นเส้นสีดำจางๆ โดยรอบวงขอบนอกส่วนท่อลำเลียงอาหารจะเห็นเป็นจุดดำๆกระจายเข้าไปถึงตรงกลาง

 

Image

 

3. Javan-Australian species

มีดังนี้ P.veitchii  P.hillii  P.bifurcatum  P.willinckii

 

ก้านของใบชายเมื่อตัดแนวขวางจะเห็นเนื้อเยื่อรอบๆเป็นเส้นสีดำจางๆโดยรอบวงขอบนอก ส่วนด้านในถัดเข้ามาจะเห็นเป็นจุดท่อลำเลี้ยงอาหารสำดำรอบๆ ไม่กระจายตัวเข้าไปถึงจุดกลางด้านใน

 

Image

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
 
 
© 2013 I love ferns เว็บของคนรักเฟิน