|
Platycerium bifurcatum |
|
|
|
Platycerium species
|
|
Platycerium bifurcatum ที่มาของชื่อ มาจากการแบ่งแยกออกของใบชายเป็นสองส่วนย่อยๆ คล้ายๆส้อม ลักษณะของใบชายตั้งขึ้นแล้วปลายชายปรกลงซึ่งปลายของใบชายชี้แยกกางออก ใบกาบมีลักษณะสีน้ำตาล ในช่วงฤดูร้อนและหนาว แต่ใบชายมีลักษณะเขียวตลอดปี ซึ่งใบชายจะมีอายุได้ราวๆ2-3ปี P.bifurcatum เป็นชายผ้าที่เลี้ยงค่อนข้างง่าย เหมาะกับการปลูกเลี้ยงในทุกๆสภาพอากาศ และมีการแตกpupง่ายมาก ดังนั้น P.bifurcatumจึงเหมาะกับนักปลูกมือสมัครเล่นในระยะเริ่มต้นทดลองเลี้ยง พบเจอที่เกาะนิวกีนี อินโดนีเซีย และทางออสเตรเลียทางเหนือ 


|
|
|
Platycerium willinckii |
|
|
|
Platycerium species
|
|
Platycerium willinckii มีลักษณะใกล้เคียงกับP.bifurcatum แต่จะมีใบชายที่ยาวมากกว่าและห้อยทิ้งตัวลง ใบกาบจะมีลักษณะตั้งสูงขึ้นและมีรอยหยักลึกชัดเจน ใบชายจะมีขนจำนวนมากทางด้านใต้ใบ การแตกชายของใบชายจะมีการแตกแยกเป็นทวีคูณ โดยสายพันธุ์นี้มีลักษณะที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่เป็นชายผ้าที่เลี้ยงค่อนข้างง่ายมาก ไม่ค่อยมีปัญหาการปลูกเลี้ยงมากมาย ชอบแสงปานกลาง เครื่องปลูกมีความชื้นจะทำให้การแตกpupเป็นไปอย่างรวดเร็ว การกระจายพันธุ์ พบเจอทางหมู่เกาะจาวา












|
|
|
Platycerium wandae |
|
|
|
Platycerium species
|
|
Platycerium wandae เป็นชายผ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโดยใบกาบมีขนาดใหญ่ สูงตั้งตรง โดยมีลักษณะเป็นพูไปจนตลอดใบเหมือนกับตะกร้า ลักษณะใบชายเหมือนกันกับP.holttumii โดยแบ่งออกเป็น2 lobe โดยอันหนึ่งตั้งขึ้นและอีกอันหนึ่งเป็นชายห้อยลง แต่ P.wandae ตรงบริเวณใบกาบที่เกิดใหม่ใกล้กับตรงจุกตาbud จะมีระบายฝอยๆสีเขียวชัดเจน ภาพวาดการเปรียบเทียบระหว่าง P.holttumii และ P.wandae โดยสังเกตที่ใบชายทางด้านซ้ายของต้น 
เป็นชายผ้าที่มีการเลี้ยงดูเหมือนกันกับ P.superbum ซึ่งต้องการน้ำน้อยแต่ไม่ต้องการอุณหภูมิต่ำเหมือนกับP.superbum และเป็นชายผ้าที่ต้องการพื้นที่การเลี้ยงที่ใช้พื้นที่มากพอสมควร การกระจายพันธุ์ พบทางภาคตะวันออกของเกาะนิวกีนี      
|
|
|
Platycerium wallichii |
|
|
|
Platycerium species
|
|
Platycerium wallichii ที่มาของชื่อ ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Nathaniel Wallich ในปี1875 ใบกาบของสายพันธุ์นี้มีรอยหยักมนป้านตามบริเวณชายขอบ โดยใบกาบมีลักษณะเหมือนตะกร้า และเปลี่ยนเป็นใบแก่สีน้ำตาลในขณะที่ใบชายยังคงสภาพเขียวอยู่ ใบชายจะมีเส้นveinเห็นได้ชัดเจน ทางด้านบนของใบชายมีลักษณะจะมีแผ่นอับสปอร์สีเขียว ทั้งที่สปอร์แก่แล้วก็ตาม การกระจายพันธุ์ พบในอินเดีย พม่า ไทย และทางมณฑลยูนนานของจีน โดยทางอินเดียที่ติดกับจีนนั้นจะมีต้นที่ขนาดเล็กกว่าที่พบในปีประเทศไทย เนื่องจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศไทยที่เป็นเขตมรสุม สายพันธุ์นี้จะมีช่วงพักตัวในช่วงฤดูหนาวเช่นเดียวกับP.holttumii ดังนั้นการให้น้ำจึงควรงดลงเมื่อไม้มีการพักตัว เพื่อป้องกันการเน่าของไม้ได้

 |
|
|
Platycerium veitchii |
|
|
|
Platycerium species
|
|
Platycerium veitchii ที่มาของชื่อคือ มาจากชื่อของเนิสเซอรี่ชื่อ Veitch ในประเทศอังกฤษ ซึ่งพบเจอสายพันธุ์นี้โดย James Veitch ในศตวรรษที่18ตอนปลาย P.veitchii มีลักษณะใกล้เคียงกับ P.bifurcatum แต่มีลักษณะเด่นที่ชัดเจนคือ ขนสีขาวบริเวณกาบใบและใบชายซึ่งลักษณะเช่นนี้เป็นผลมาจากสภาพการเกิดของมันที่เติบโตในบริเวณที่มีแสงแดดจัด ใบชายมีลักษณะชี้ตั้งขึ้นรวมทั้งมีขนหนาแน่น สภาพของไม้พวกนี้จะตรงกันข้ามกับต้นที่นำมาปลูกเลี้ยงในสภาพแสงน้อยและความชื้นที่มากขึ้น โดยจะมีขนน้อยลง ใบชายห้อยลงต่ำ และใบกาบก็เป็นริ้วหยักลดลงด้วย การกระจายพันธุ์ พบทางภาคตะวันนอกของออสเตรเลีย เกิดบนบริเวณหินในพื้นที่แห้งแล้งของประเทศออสเตรเลีย





|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 9 จาก 41 |