I love ferns เว็บของคนรักเฟิน    

 
I Love Ferns arrow สร้างโรงเรือนอีแวป
สร้างโรงเรือนอีแวป
การสร้างโรงเรือนระบบอีแวป พิมพ์ อีเมล์

โรงเรือนนี้สร้างโดยคนงานของที่สวนเองค่ะ ไม่ได้รับสร้างโรงเรือนอีแวปนะคะ 

ดังนั้นข้อมูลที่เขียนไว้ในนี้ จึงเป็นข้อมูล ที่ให้ผู้อ่านศึกษา ต่อยอดเอาเองค่ะ 

และอุปกรณ์ที่ใช้ทางเราก็ไม่ได้มีจำหน่ายแต่อย่างใด

ต้องขอโทษที่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากกว่าที่เขียนไว้ในนี้ค่ะ 

การทำโรงเรือนระบบอีแวป

โรงเรือนระบบ Evap ย่อมาจาก Evaporative Cooling Greenhouse

 ซึ่งหมายถึงโรงเรือนที่มีระบบการให้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

และลดอุณหภูมิภายในให้ต่ำกว่าสภาพภายนอกโรงเรือนได้

หลักการคร่าวๆ ของโรงเรือน

Evap คือ การดูดอากาศที่มีการเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศออก

ซึ่งความชื้นสัมพัทธ์นั้นเกิดจากการระเหยเป็นไอของน้ำ

ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนในอากาศได้

เหมือนกับเมื่อเราเอาน้ำมาป้ายที่แขนแล้วเป่าลมจะรู้สึกว่าเย็นสบาย

การทำงานของโรงเรือน Evap จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ

มีกระแสลมที่ถูกดูดออกในอัตราไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่า

ของปริมาตรอากาศภายในโรงเรือนใน 1 นาที

และมีความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนสูงกว่าภายนอก

ระบบนี้ได้มีการพัฒนามาจากประเทศอิสราเอลซึ่งมี

อากาศค่อนข้างแห้งแล้งและมีน้ำน้อยจึงได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อการประหยัดน้ำ

 อย่างไรก็ตามหากวันใดมีฝนตกระบบ Evap เกือบจะไม่มีประโยชน์เลย

เพราะอุณหภูมิและความชื้นภายในแทบไม่แตกต่างจากภายนอกโรงเรือน

 จะแตกต่างกันนิดหน่อยตรงที่โรงเรือนสามารถป้องกันฝนได้

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างโรงเรือนอีแวป

 

1.ตัวโรงเรือน โครงสร้างแนะนำให้เป็นโครงสร้างเหล็กจะดีกว่าไม้

 เนื่องจากตัวโรงเรือนจะมีความชื้นตลอดเวลาทำให้ไม้ผุได้เร็ว

 ไม่ทนทานต่อการใช้งานเท่าที่ควร  ขนาดของโรงเรือน

 ควรมีความกว้างเป็นครึ่งหนึ่งของความยาว เช่น กว้าง 6 เมตร

ยาว 12 เมตร เป็นต้น ส่วนความสูงโดยทั่วไปก็ประมาณ 3.5 เมตร

2.วัสดุที่ใช้หลังเป็นผนังและคาโรงเรือน

 

 ควรจะมีลักษณะใสเพื่อให้แสงเข้าได้สะดวก อาจจะเป็น

- กระจก

 

แผ่นพลาสติกLDPE (Low Density Poly Ethylene)

 

ซึ่งผสมสารป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตเพราะจะทำให้พลาสติกเปื่อยสลายเร็ว

 

- แผ่นโพลีคาร์บอเน็ตใสแบบดับเบิ้ลวอลล์ผสมสารป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต

 (อย่างที่โรงเรือนนี้ฉันเลือกใช้ ) อายุการใช้งานไม่ควรต่ำกว่า10ปี 

 

3. ระบบคูลลิ่ง  เราจะใช้แผ่นคูลลิ่งแพด cooling pad

ที่มีจำหน่ายตอนนี้คือมีขนาด กว้าง30เซนติเมตร ยาว 180 เซนติเมตร

หนา 15 เซนติเมตร ทำจากกระดาษที่สามารถซับน้ำได้

และไม่เปื่อยยุ่ย ราคาล่าสุดในท้องตลาดตอนนี้

ราคาแผ่นละ 670-700 บาท

 

4. พัดลมดูดอากาศ(ไม่ใช่พัดลมเป่านะคะ ใบพัดจะมีลักษณะไม่เหมือนกันค่ะ)

ที่มีขายและหาง่ายในท้องตลาดตอนนี้ก็ขนาด 36นิ้ว และ48นิ้ว

พร้อมมอร์เตอร์ก็ตกราคาตัวละ 4500 บาท สำหรับ36นิ้วมอร์เตอร์ครึ่งแรงม้า

 และ9500-14500 บาทสำหรับ48นิ้วมอร์เตอร์1แรงม้า

 แล้วแต่ราคาคุณภาพของมอร์เตอร์ที่นำมาติดตั้งด้วยค่ะ

 

5. ถังน้ำขนาดไม่ต่ำกว่า1000ลิตรพร้อมมอร์เตอร์ดูดน้ำ

 เพื่อใช้สำหรับเป็นน้ำหมุนเวียนเข้าแผงคูลลิ่งแพดตลอดเวลา

เมื่อมีการเปิดใช้งานโรงเรือนระบบอีแวป และถังควรมีระบบลูกลอยเอาไว้

เพื่อเติมน้ำเข้าถังโดยอัตโนมัติไว้ในกรณีที่ระดับความสูงของน้ำในถังลดลง

เนื่องจากน้ำระเหยในขณะที่ปิดใช้งานระบบอีแวป

 

6.ระบบไฟส่องสว่างภายในโรงเรือน

ในกรณีที่เราอยากทำงานหรือชมต้นไม้ของเราตอนกลางคืน

 

7.ระบบน้ำ เพื่อไว้ใช้รดน้ำในโรงเรือน

  ระบบอีแวปนี้ก็ยังคงมีการรดน้ำต้นไม้อยู่เหมือนเดิมค่ะ

 แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน

 

8.ลูกหมุนระบายอากาศบนหลังคาเพื่อระบายอากาศ

เมื่อระบบ Evap หยุดการทำงาน

หรือทำเป็นระบบหลังคาที่ปิดเปิดได้ ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ

 

 9.ระบบควบคุมการเปิด-ปิดพัดลม

และปั๊มป์น้ำอัตโนมัติด้วยเซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้

 เราก็อาจเปิดปิดตามความรู้สึกเราได้ค่ะ

 

 10.ระบบควบคุมเปิด-ปิดพัดลมและปั๊มป์น้ำอัตโนมัติด้วย

เครื่องตั้งเวลา โดยเราไปหาซื้อtimerมาใช้ตรงจุดนี้

 

11.เครื่อง Hygrometer และ Thermometer สำหรับวัดค่าความชื้นสัมพัทธ์

และอุณหภูมิภายในและภายนอกโรงเรือน 

 ประโยชน์ที่ได้จากโรงเรือนระบบอีแวปในหน้าร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคม เมษายน

จะเป็นเดือนที่บ้านเรามีอากาศร้อนและแห้งแล้งมากที่สุด

 ความชื้นสัมพัทธุ์ในอากาศน้อยมาก 

 ต้นไม้ของเราจะมีสภาพที่ไม่ค่อยสวยตาสักเท่าไร

แต่ในระบบโรงเรือนอีแวปจะมีอากาศที่เย็นกว่าภายนอกราวๆ10 องศาเซลเซียส

 เช่นด้านนอกมีอุณหภูมิ37องศา แต่ด้านในโรงเรือนจะมีอุณหภูมิแค่ 27 องศา

 และความชื้นสัมพัทธ์ก็ประมาณ70-80%เท่านั้นค่ะ

เป็นที่หนีร้อนได้ทีนึงเลยค่ะ

จินตนาการถึงบริเวณน้ำตกที่มีอากาศเย็นและชื้นค่ะ 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็นฤดูฝน ระบบอีแวปแทบไม่จำเป็นค่ะ

เพราะว่าความชื้นภายนอกมีสูงอยู่แล้ว  ระบบอีแวปก็แทบไม่จำเป็นต้องใช้เลยค่ะ 

ดังนั้นภาคที่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอีแวปก็น่าจะเป็นภาคใต้ที่มีฝนตกเกือบตลอดปีมั้งคะ

ส่วนในช่วงฤดูหนาว การใช้งานระบบอีแวปก็ไม่มากเท่าไร

ในฤดูนี้เราจะประหยัดระบบพลังงานได้มากค่ะ

เนื่องจากอากาศเย็น อาจจะเปิดใบบางครั้งที่ต้องการความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่เพิ่มขึ้นค่ะ

จากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่า

ต้นไม้ที่อยู่ในนั้นจะมีการเจริญเติบโตตลอดทั้งปี

และควบคุมทั้งโรคและแมลงได้ดีกว่าต้นไม้ที่เลี้ยงด้านนอกมากเนื่องจากเป็นระบบปิด

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็แลกกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกันค่ะ 

 หลักการคำนวณง่ายๆสำหรับการหาขนาดของพัดลมและความกว้างยาวของแผงคูลลิ่งแพด

หาขนาดของพัดลม

1.   เอาขนาดความกว้าง คูณ ด้วยความยาว และความสูง

ของโรงเรือนที่มีหน่วยเป็น ฟุต  ค่าที่ออกมาจะมีขนาดเป็นลูกบาศก์ฟุต

จากนั้นนำค่าที่ได้มาคุณด้วย 2 เช่น  โรงเรือนกว้าง 18 ฟุต ยาว36ฟุต สุงเฉลี่ย 10 ฟุต

 ปริมาตรที่ได้ก็คือ 6480 ลูกบาศก์ก์ฟุต จากนั้นก็คูณด้วย 2

พื่อหาอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศต่อนาที 

ในที่นี้เราต้องการพัดลมที่หมุนได้เป็น2เท่า ผลลัพธ์คือ12,960 (air exchange)

โดยทั่วไปโรงเรือนที่มีหลังคา ทึบอาจจะต้องการเพียงแค่1เท่า-1.5 เท่า

 แต่ว่าโรงเรือนต้นไม้แบบนี้ ต้องการแสงมาก ความร้อนจึงมากตามมา

 เราจึงต้องการอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศที่มากกว่าปรกติค่ะ 

  ตัวเลขที่เราคำนวณได้นั้น เราก็ไปหาสเป็กของพัดลม

ที่เหมาะสมกับขนาดของโรงเรือนเราได้ค่ะ  

หาขนาดของแผ่นcooling pad

เอาขนาดของ air exchange ที่เราได้จากด้านบน

 มาหารด้วย 150 ค่ะ ในที่นี้คือ 12960 หารด้วย 150

ผลลัพธ์ที่ได้คือ 86.4 ตารางฟุต ซึ่งก็ใช้แผ่นcooling

ที่มีพื้นที่แผ่นละ  6 ตารางฟุตจำนวน 14 แผ่นค่ะ 

 

 การติดตั้งระบบติดตั้งแผงคูลลิ่งแพด และพัดลม

ในบริเวณด้านกว้างของโรงเรือนด้านหนึ่ง

และด้านนี้มีระบบท่อน้ำสูบขึ้นจากถังที่ใส่น้ำมารดบนด้านบน

ของแผงคูลลิ่งนี้ ส่วนด้านล่างของแผง

จะมีรางน้ำรองรับน้ำที่ไหลผ่านแผงนี้

ไหลลงไปเก็บไว้ในถังอีกเช่นเดิม หมุนเวียนแบบนี้ตลอดเวลา

 

อีกด้านหนึ่งของโรงเรือน ก็ทำการติดพัดลมดูดอากาศ

โดยพัดลมและแผงคูลลิ่ง ควรจะต้องอยู่ด้านตรงข้ามกัน

และในระดับเดียวกันจะดีที่สุด เพื่ออุณหภูมิภายในโรงเรือน

จะมีความสม่ำเสมอเท่ากันมากที่สุดค่ะด้านอื่นๆของโรงเรือน

จะต้องปิดหมดนะคะ ไม่ควรจะมีช่องรูตรงไหน

เพื่อที่พัดลมดูดอากาศจะดูดอากาศเข้ามาในโรงเรือนโดยผ่านแค่

เฉพาะแผ่นคูลลิ่งเท่านั้นค่ะ  เพราะถ้ามีรูหรือช่องตรงอื่น

 อากาศร้อนที่ไม่ผ่านน้ำ จะเข้ามาตรงช่องนั้น

ทำให้อากาศในโรงเรือนไม่เป็นไปตามที่เราต้องการค่ะ  

 

 แหล่งข้อมูลความรู้

- greenhouse  ortho books Planning installing & using greenhouse

- คุณกิตติพันธุ์  แสงประดับ  

จากนี้เป็นรูปการก่อสร้างและการติดตั้งระบบต่างๆ ที่ทางเราจะนำมาให้ชมกันเป็นระยะๆค่ะ

 

โครงสร้างทำด้วยเหล็ก

 

 

 กำลังมุงหลังคาค่ะ

 

แผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบดับเบิ้ลวอลล์ ขนาดกว้าง 2.10เมตร ยาว 6 เมตร ความหนา 6 มิลลิเมตร แบบใส  ใช้มุงหลังคาและผนังด้านข้างค่ะ

 

 

พัดลมดูดอากาศขนาด36นิ้ว

 

แผ่นคูลลิ่ง cooling pad

cooling pad

 

 จากนั้นก็ทำการติดตั้งพัดลมดูดอากาศค่ะ  เอาสองตัวขนาด36นิ้ว ค่ะ ถ้าอากาศร้อนมากก็เปิด2ตัวค่ะ

 

ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คิดแผลคูลลิ่ง ค่ะ ติดฝั่งตรงข้ามกันกับด้านพัดลมแบบนี้ค่ะ

 

 แล้วก็ติดตั้งระบบน้ำ  ในนี้ติดเป็นหัวพ่นหมอกค่ะ ละอองเล็กๆนุ่มๆ ดอกไม้ไม่ช้ำค่ะ

  

 ทดลองเปิดดู เปียกทั่วโรงเรือนแล้วค่ะ ชุ่มฉ่ำๆๆ

  

 นี่เป็นแผลคูลลิ่ง ที่ถ่ายจากด้านนอกโรงเรือนค่ะ  เห็นว่ามีท่อส่งน้ำไปที่ด้านบนแผง

 แล้วน้ำก็ไหลตกลงมาตามแผง มาที่รางรองรับด้านล่าง แล้วก็ไหลไปที่อ่างเก็บน้ำ

หมุนเวียนกันใช้ต่อๆไปค่ะ

 

 

นี่เป็นอ่างรองรับน้ำระบบไหลเวียนค่ะ

 

 

 

 นี่เป็นโรงเรือนด้านนอกค่ะ  ใช้ของเก่ามาร่วมกับของใหม่ เอาแผ่นโพลี่คาร์บอเนตผสมใยหินของโรงเรือนเก่ามาใช้ตรงบริเวณพื้นที่จั่ว  สีเลยไม่เท่ากันค่ะ  แต่ประหยัดสตางค์ในกระเป๋าได้เป็นหมื่นค่ะ ฮี่ๆๆ 

 

 โรงเรือนที่เสร็จเรียบร้อยค่ะ

จากนี้ก็ลำเลียงขนไม้ที่อยากจะเอาไว้ในอีแวปค่ะ ตกแต่งตามใจที่ต้องการ

 

 

 จบแล้วค่ะ  อีแวปแบบขนาดเล็ก เอาไว้ปลูกไม้ที่อยากปลูก  เอาไว้เป็นที่นั่งเล่น  เอาไว้เป็นที่หลบภัย(บางครั้ง)Tongue out

 

ปล. อุ๊ไม่ได้รับทำหรือสร้างโรงเรือนระบบอีแวป และไม่ได้ทำการค้าขายอุปกรณ์ใดๆเกี่ยวกับอีแวปทั้งสิ้นค่ะ 

 ดังนั้น ระบบอีแวปของอุ๊จะเป็นแบบการคิดเอง ศึกษาเองและจ้างคนมาทำเอง ซึ่งถูกหรือผิดประการใด ไม่อาจจะบอกได้ค่ะ

ชมภาพแล้วเสร็จได้ที่ My Greenhouse ค่ะ

 
 
 
© 2014 I love ferns เว็บของคนรักเฟิน