|
โรคราและแบคทีเรียที่ทำร้ายเฟิน ในการปลูกเลี้ยงเฟิน ปัญหาที่ดูเหมือนจะทำให้เฟินตายหรือมีสภาพที่ไม่สวยงามก็มักมีสาเหตุมาจาก เชื้อราและแบคทีเรียเข้าทำลาย ซึ่งสาเหตุหลักก็คือ การรดน้ำที่มากเกินไป ดังนั้นการป้องกันย่อมจะดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอน 
การป้องกันที่ดีนั้นคือการทำให้เฟินมีสภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อต้านทานการเข้าทำลายของเชื้อพวกนี้ โดยการใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำง่าย ดังนั้นการรดน้ำที่ดีที่สุดคือต้องรอให้เฟินมีโอกาสแห้ง แห้งแล้วค่อยรดจะดีกว่าให้วัสดุปลูกคงความแฉะตลอดเวลา ในที่นี้ ชื้นกับแฉะมันคนละความหมายกันนะคะ คือเฟินชอบชื้น แต่ไม่ชอบแฉะค่ะ สภาพการปลูกเลี้ยงเฟินชายผ้าสีดาก็สำคัญค่ะ ไม่ควรจะวางกระถางเฟินในบริเวณใกล้พื้นดิน เพราะอาจจะทำให้ติดเชื้อมาจากพื้นดินได้ด้วย ดังนั้นการแขวนจะเหมาะสมที่สุดค่ะ การเตรียมวัสดุปลูกก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ พวกวัสดุปลูกก็ควรแช่สารจำพวก ammonium compounds 10% เช่นไฟซาน20 หรือ คาร์บอริคแอซิด ในกรณีที่เกิดเชื้อโรคที่ใบ วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ ตัดส่วนที่เป็นโรคนั้นออกทิ้งไป ลักษณะการเกิดจุดๆของเชื้อราจะมีลักษณะเป็นดวงๆมีรัศมีกระจายออกมา ส่วนแบคทีเรียนั้นจะแสดงออกในลักษณะการเปลี่ยนสีซีดลงของบริเวณที่ติดเชื้อ โดยบริเวณส่วนนั้นจะฉ่ำน้ำเป็นเงาๆ ดังนั้นถ้ามีไม้ติดเชื้อแบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรือนเรา แนะนำให้เอาออกไปไว้ที่อื่นก่อนที่มันจะลามไปต้นอื่นๆค่ะ เพราะว่าเชื้อพวกนี้จะไปตามน้ำค่ะ ส่วนการพ่นยากำจัดเชื้อราที่ดี ควรจะพ่นทั้งบริเวญหน้าใบและหลังใบเพื่อครอบคลุมส่วนที่เป็นโรคให้มากที่สุด โดยเชื้อราหลังจากที่โดยยากำจัดเชื้อราไปแล้วจะเป็นเพียงการระงับการเจริญเติบโตไม่ใช่การกำจัดแบบถอนรากถอนโคน โดยยากำจัดเชื้อราบางชนิดอาจจะทิ้งร่อยรอยการเกิดพิษกับพืชเอาไว้ด้วยก็ได้ ในกรณีที่เราไม่ทราบเชื้อสาเหตุของเชื้อรา เราอาจะพ่นยากำจัดราแบบbroad spectrum คือฆ่าเชื้อราแบบกว้างๆเอาไว้ก่อน ยาพวกนี้ก็เช่น คาร์เบ็นดาซิม แคบแทน เบโนมิล หรือพวก คลอโรธาโรนิล ส่วนเชื้อราที่มาจากดินก็เช่นเชื้อไฟทอปทอร่า พิเธี่ยม และ ไรซ็อคทอเนีย ราพวกนี้แพร่พันธุ์ไปกับน้ำ ยากำจัดเชื้อราพวกนี้ ต้องเป็นยาเฉพาะเช่น เมตาแลกซิล ฟอสอีทิลอะลูมิเนียม ฟอสฟอรัสแอซิด ต่อไปนี้เป็นเชื้อราที่เข้าทำลายต้นโตๆ ส่วนราที่เข้าทำลายระยะโปรแธลเลีย ดูในเรื่องการเพาะสปอร์นะคะ เชื้อราที่พบเห็นบ่อยๆในชายผ้าสีดามีดังนี้ ราเห็ด หรือ Armillaria Root rot ชายผ้าสีดาที่เริ่มมีเชื้อเห็ดงอกบริเวณเครื่องปลูก นับว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีกับชายผ้าต้นนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเชื้อราเห็ดพวกนี้จะเข้าไปทำลายรากชายผ้า โดยจะเห็นเป็นเส้นใยขาวๆกระจายไปทั่วเครื่องปลูก จากนั้นต้นชายผ้าจะเหี่ยวลงๆๆ เนื่องจากรากถูกทำลาย ดูดน้ำไม่ได้ ราพวกนี้มักเกิดกับพวกทรีเฟินเป็นส่วนมากค่ะ การป้องกันและควบคุมโรค โดยราเห็ดพวกนี้มักมาจากเครื่องปลูกมะพร้าวสับเป็นส่วนมาก ส่วนสารเคมีป้องกัน แนะนำให้จุ่มลงในสารละลายไฟซาน20 อัตรา 15ซีซี ต่อน้ำ 4 ลิตร ทั้งเครื่องปลูกค่ะ แต่ราชนิดนี้ไม่ได้หายขาด แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องปลูกใหม่จะดีที่สุดค่ะ รูปเชื้อราสาเหตุ 


************************* โรคใบไหม้ โรคใบไหม้นี้อาจจะมีสาเหตุมาจากทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย โดยจะโจมตีในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนๆก่อน เมื่อเกิดกับต้นเล็กๆ จะมีลักษณะเหี่ยวแล้วก็ค่อยๆตาย ส่วนใบแก่ ก็จะมีอาการแห้งจากปลายใบเข้ามาเรื่อยๆ การป้องกันและควบคุมโรค ตัดบริเวณที่เกิดอาหารออก โดยฆ่าเชื้อเครื่องมือที่เราใช้ตัดโดยการชุบแอลกอฮอร์ก่อนที่จะนำปตัดส่วนอื่นๆต่อไป จากนั้นก็งดการรดน้ำ และความชื้น โดยย้ายเฟินไปในที่ค่อนข้างแห้ง และมีอากาศหมุนเวียนที่ดี จากนั้นก็พ่นยาจำพวก คลอโรธาโรนิล แมนโคเซ็บ เพื่อเป็นการคุมการระบาดของเชื้อเอาไว้ก่อน 

********************************** โรคเน่ายุบ โรคเน่ายุบมักจะเกิดในพวกไม้เล็กๆ โดยอาการคือลำต้นตรงโคนบริเวณที่ติดกับเครื่องปลูกเน่ายุบลงไป จากนั้นก็เหี่ยว ตาย ในระยะโปรแธลเลีย จะมีอาการนี้บ่อยมากๆ โรคนี้เกิดจากเชื้อได้หลายตัวค่ะ การป้องกันและควบคุมโรค ฆ่าเชื้อวัสดุปลูกเป็นวิธีที่ดีที่สุด ควบคุมไม่ให้มีน้ำมากไป พยายามลดความชื้นลงจนขีดต่ำสุด ส่วนยากำจัดเชื้อราพวกนี้ เช่น เมตาแลกซิล 
********************************** โรคใบจุด โรคใบจุดส่วนมากเกิดจากสภาพการปลูกเลี้ยงที่ขาดอากาศหมุนเวียนที่ดี รวมทั้งความชื้นที่เกินพอดี เฟินในสภาพที่ปลูกเลี้ยงที่ดีมักไม่เจอปัญหานี้ค่ะ ใบที่เป็นโรคมักเป็นที่ใบแกก่อน จนลามมาถึงพวกใบอ่อนๆ การป้องกันและควบคุมโรค ในกรณีที่เป้นไม่มากแนะนำให้ทำการตัดส่วนที่เป็นโรคออก จากกนั้นก็ปรับปรุงสภาพการปลูกเลี้ยงใหม่ งดการรดน้ำแบบสปริงเกอร์ เพราะการรดแบบนี้จะทำให้เชื้อระบาดได้เร็วขึ้น ในกรณีที่ราใบจุดมีปริมาณไม่มากและเพิ่งเกิด ถ้าเราไม่อยากตัดใบที่เป็นโรคทิ้งก็ลองทำดังนี้ค่ะ อาจจะใช้เบคกิ้งโซดาแบบข้นเอาคอททอนบัทจุ่มสารละลายนี้ไปเช็ดบริเวณที่เป็นจุด หรือจะใช้สารละลายไฟซาน20 ก็จะทำให้เชื้อหยุดการขยายตัวออกไปได้เช่นกัน กรณีที่จะพ่นยาป้องกัน แนะนำตัว เบโนมิล โพรพิเน็บ เพราะเชื้อราใบไหม้พวกนี้มักมาจากเชื้อ Cercospra Collecoticum Fusarium Myrothecium Peyronellaea Phoma Cladosporium หรือเป็นพวกเชื้อแบคทีเรีย Xanthamanas campestris หรือ Pseudomonas โดยพวกแบคทีเรียจะเป็นใบจุดแบบเปียกๆ มักเป็นที่ใบกาบของชายผ้าค่ะ ป้องกันโดยราดสารละลายไฟซาน20 อัตรา 15ซีซีต่อน้ำ4 ลิตร ลงไปบนใบกาบ 


การเน่าจากเชื้อแบคทีเรีย  
*************************************** โรคราไรซ็อกทอเนีย เป็นเชื้อราที่เกิดบริเวณดิน หรือบริเวณวัสดุปลูก โดยก้านใบ เหง้าจะเน่าติดเชื้อ ทำให้ลำต้นอ่อนแอ ส่วนในโปรแธลเลียจะมีอาการเน่ายุบลงไป ใบชายจะเริ่มเหี่ยว โตช้าลงๆ ผิดเพี้ยนรูปร่าง และมีรอยแผลเปื่อยๆสีน้ำตาล โดยเชื้อไรซอคทอเนียจะทิ้งร่อยรอยแผลสีน้ำตาลไว้ที่ก้านใบ ลำต้น และราก บริเวณใบกาบจะมีรอยเหี่ยวย่นสีน้ำตาลให้เห็น เส้นใยสีน้ำตาลของเชื้อราส่องมองเห็นได้ด้วยแว่นขยาย โดยเห็นเป็นเส้นใยหยาบๆ โดยสปอร์จะอาศัยพักตัวอยู่ในดิน เชื้อพวกนี้จะระบาดเมื่ออากาศร้อนอบอ้าว การป้องกันและการควบคุมโรค กำจัดเฟินต้นที่เป็นโรคทิ้งไป ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือในการปลูกต่างๆ และฆ่าเชื้อวัสดุที่ใช้ปลูก พวกเชื้อที่เกิดจากดินพวกนี้มักจะกระจายตัวไปกับน้ำ สารเคมีที่ใช้กำจัดได้แก่ เทอราคลอร์ แต่มักจะทำให้เฟินใบไหม้ได้ค่ะ แนะนำให้ใช้คลอโรธาโรนิลจะดีกว่าค่ะ หรือจะเป็นแคบแทนก็พอได้ค่ะ แต่ตัวที่เก่งจะเป็น สาร โทลโคฟอส-เมธิล แต่ราคาค่อนข้างแพงค่ะ ดิฉันลองใบชายผ้าแล้วไม่มีการท็อกซิกกับเฟินด้วยค่ะ ******************************************* โรคเน่า เกิดได้ทั้งจากเชื้อราและแบคทีเรียค่ะ โดยเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียจะมีน้ำเยิ้มๆ ดมดูมีกลิ่นเหม็นเหมือนผักเน่า การป้องกันและควบคุมโรค ตัดส่วนเน่าทิ้งไปก่อนอื่นค่ะเพื่อปอ้งกันการเน่าจนเข้าบริเวณเหง้า หรือท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ เพราะถ้าเข้าไปท้อน้ำเลี้ยงใหญ่แล้ว พวกที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะหมดทางแก้ไป เพราะมันจะไปอุดตันท่อน้ำเลี้ยงจนหมดค่ะ ยาที่ใช้กำจัด แนะนำให้หาง่ายๆคือ เอายาเพนนิซิลิน500มิลลิกรัมจำนวน 1-2 เม็ดต่อน้ำ 1 แก้ว250ซีซี เอายามาละลายในน้ำจากนั้นก็เอาไปฉีดพ่น หรือรดบริเวณที่เป็นโรคค่ะ แนะนำให้ทำ2ครั้งติดกันเว้นระยะ3วันค่ะ เชื้อจะเบาบางลงค่ะ ในกรณีป้องกันการติดเชื้อเบื้องต้นทั้งโรงเรือน แนะนำ ไฟซาน20อัตรา5ซีซีต่อน้ำ4ลิตรสเปรย์ให้ทั่วโรงเรือนค่ะ สามารถโดนใบเฟินได้โดยไม่อันตรายยกเว้นระยะโปรแธลเลียจะชะงักการเจริญเติบโตไประยะนึงค่ะ เราก็ควรเว้นการพ่นตรงนั้นจะดีกว่าค่ะ 
******************************************* โรคราสนิม ราสนิมเป็นโรคที่ระบาดในเฟินมาแต่สมันดึกดำบรรพ์แล้วละค่ะ เราจะเป้นสปอร์เชื้อราฟูๆสีน้ำตาลเหมือนกับสนิมเหล็ก ส่วนอีกด้านหนึ่งของที่เกิดโรคจะสีซีดลงไปเห็นเป็นสีเหลืองๆ มักจะเกิดในเฟินป่ามากกว่าที่เฟินที่ปลูกเลี้ยง การป้องกันและควบคุมโรค เชื้อราพวกนี้จะแพร่กระจายทางอากาศให้ลมพัดพาไป ดังนั้นเราจึงควรกำจัดพวกใบเชื้อราพวกนี้ออกจากโรงเรือน จะทำให้ลดการแพร่กระจายของสปอร์ได้ สารเคมีที่แนะนำได้แก่ ไตรอะดีมิฟอน คลอโรธาโรนิล ซีเน็บ 

************************************ โรคราเขม่าดำ เป็นโรคราสีเขม่าดำที่เกิดบนใบเฟิน โดยราพวกนี้ไม่ทำอันตรายเฟิน แต่จะทำให้การสังเคราะห์แสงมีน้อยลงไป ราพวกนี้มักเกิดจากน้ำหวานของพวกเพลี้ยอ่อน หรือเพลี้ยแป้งที่เป็นแมลงมาเข้าทำลายเฟิน โดยแมลงพวกนี้จะผลิตน้ำหวานออกมา ราจึงขึ้นบนรอยน้ำหวานที่แมลงเหล่านี้ผลิตขึ้นมาค่ะ การป้องกันและควบคุมโรค กำจัดแมลงสาเหตุออกไปก็จะหมดปัญหาค่ะ 
****************************** โรครากเน่า จากเชื้อราชั้นต่ำ ราชั้นต่ำที่แพร่กระจายโดยน้ำจะมีทั้งเชื้อไฟทอบทอร่า เชื้อพิเธี่ยม โดยเชื้อไฟทอปทอร่ามักจะเกิดที่ราก และลำต้นของเฟินมากกว่า เชื้อพิเธี่ยมจะระบาดในบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนๆของพืช พวกราที่เกิดจากเชื้อสองตัวนี้จะต่างจากเชื้อราไรซอคทอเนีย โดยราพวกนี้จะเข้าทางส่วนปลายรากแล้วรุกลามมาเรื่อยๆจนถึงส่วนของลำต้น แต่ถ้าจากเชื้อไรซอคทอเนียจะเกิดเชื้อบริเวศโคนต้นแล้วลามลงล่างหรือขึ้นไปข้างบน โดยเส้นใยของราชั้นต่ำเหล่านี้จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยเลนส์แว่นขยายและเชื้อจะไม่อาศัยอยู่ในดินได้ดังเช่นเชื้อไรซอคทอเนีย การป้องกันและควบคุมโรค การป้องกันไม่ให้เกิดเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ โดยการใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำดี งดการรดน้ำที่แบบสปริงเกอร์ซึ่งทำให้เชื้อระบาดได้มากขึ้น เครื่องปลูกต่างๆควรสะอาดแน่ใจว่าปลอดจากเชื้อ และพีทมอสก็เป็นหสาเหตุหนึ่งของเชื้อพิเธี่ยมด้วยเช่นกัน สารเคมีที่ตรงกับโรคนี้ได้แก่ เมตาแลกซิล25% ถ้าเป็นสารชีวภาพก็เป็นเชื้อราไตรโคเดอร์มา โดยราที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ก็ใช้คลุกเคล้าไปกับเครื่องปลูก 
****************************************
|