|
( This is the Hybrids, P.elephantotis crosses with P.redleyi) การทำลูกผสมหรือHybridisation ก็เพื่อที่เราจะได้ลูกเฟินหน้าตาแปลกๆใหม่ มีความสวยงามแปลกตาออกไป เมื่อก่อนการผสมพันธุ์ทำโดยวิธีในธรรมชาติ โดยอาศัยความบังเอิญช่วย ส่วนในปัจจุบันนี้การผสมข้ามสายพันธุ์ทำได้ดังนี้ วิธีที่1. ทำโดยการหว่านสปอร์ของ2สปีชีส์ลงไปในวัสดุเพาะ วิธีนี้เป็นวิธีที่ดูเหมือนง่ายต่อการทำ แต่ว่าต้องใช้เวลานานในการติดตามผลพวกลูกหลาน ที่จะออกมาว่าได้ทำการผสมข้ามสายพันธุ์กันไหม ซึ่งโดยปรกติเฟินในระยะโปรแธลเลียที่มีลักษณะเป็นรูปหัวใจนั้น จะมีอวัยวะทั้งเพศผู้และเพศเมียในแผ่นเดียวกัน โดยอวัยวะเพศเมียจะชื่อว่า อาคิโกเนีย(archegonia)ซึ่งแต่ละกันก็จะสร้างไข่ใบหนึ่ง และก็จะสร้างอวัยวะเพศผู้ที่เรียกว่าแอนเธอรีเดีย(antheridia) ซึ่งแต่ละอันก็จะมีสเปริ์มอยู่มากมาย ซึ่งเมื่อได้รับน้ำจากธรรมชาติเชื้อตัวผู้จะว่ายน้ำไปยังไข่ และเจาะเข้าไปผสมพันธุ์ ถ้าไข่ใบไหนได้รับการผสมพันธุ์ก็จะเกิดใบจริงขึ้นมา แล้วก็พัฒนาต่อไปเป็นเฟินต้นอ่อนแล้วก็โตต่อไป ดังนั้น ตอนช่วงผสมพันธุ์นั้น ถ้าบังเอิญว่าเชื้อตัวผู้ของอีกสปีชีส์หนึ่ง ไปผสมกับไข่ของอีกสปีชีส์หนึ่ง การผสมข้ามสายพันธุ์ก็จะเกิดขึ้น ลูกผสมก็จะเกิดขึ้นมาตอนนี้นี่เองค่ะ ซึ่งโอกาศของการผสมในสปีชีส์เดียวกันก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นในระยะที่เฟินเกิดใบจริงในระยะแรก เราไม่สามารถดูออกได้เลยค่ะ ว่าต้นไหนผสมกันเองหรือข้ามสปีชีส์ เราต้องเลี้ยงกันจนโตแล้วดูลักษณะของความเป็นลูกผสม ซึ่งลูกผสมที่ได้แม้จะมีความเหมือนพ่อและแม่อยู่กึ่งกลาง แต่ถ้าพ่อแม่มีความต่างทางโครงสร้างกันมากลูกผสมที่ออกมาก็มีลักษณะที่ไม่แน่นอน ส่วนข้อด้อยของลูกผสมเหล่านี้คือมักจะเป็นหมัน โดยหลังจากนี้การขยายพันธุ์ของลูกผสมพวกนี้ก็มีเพียงแต่การแบ่งหน่อหรือแบ่งเหง้าเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีบางประเภทที่ยังสามารถให้ลูกจากสปอร์ต่อไปได้เช่นกัน ข้อกำจัดของซึ่งการผสมพันธุ์ด้วยวิธีนี้ต้องใช้ระยะเวลาและพื้นที่มากในการที่จะทำลูกผสมตัวหนึ่งขึ้นมา บอกได้เลยว่า การทำลูกผสมแบบนี้ต้องนับถือคนทำจริงๆค่ะ ว่าความตั้งใจและการดูแลเอาใจใส่ต้องมีมาก และเนื่องจากการหว่านสปอร์ของสองชนิดเข้าด้วยกัน การงอกไม่สม่ำเสมอและไม่อยู่ในระยะเวลาเดียวกันของโปรแธลเลียก็เป็นปัญหาได้ ซึ่งถ้าสปอร์ของสปีชีส์ใดไม่งอก การผสมข้ามสายพันธุ์ก็จะไม่มีการเกิดขึ้น วิธีที่2 การเพาะสปอร์ของเฟินสองสปีชีส์พ่อแม่คนละที่กัน แล้วเมื่อสปอร์ของแต่ละอันงอกเป็นโปรแธลเลียแล้ว ค่อยเอามาวางรวมกัน วิธีนี้จะมั่นใจได้ว่า สองสปีชีส์นั้นงอกจริงๆ ซึ่งโอกาศการผสมข้ามสายกันก็มีมากขึ้น วิธียุ่งยากนิดนึง แต่โอกาศที่จะเกิดลูกผสมก็มีมากกว่าวิธีด้านบน ซึ่งข้อด้อยของวิธีนี้คือ เราอาจจะไม่มั่นใจว่าลูกที่เกิดมาเกิดจากการผสมตัวเองหรือผสมข้ามต้น วิธีที่3 การทำลูกผสมโดยวิธีการตัดอวัยวะเพศของแต่ละสายพันธุ์มาประกบกัน โดยเราต้องแยกการหว่านสปอร์คนละกระถาง เมื่อเกิดโปรแธลเลียแล้วก็เอาโปรแธลลัสชนิดหนึ่งมาแล้วใช้มีดคมๆตัดปลายด้านเว้าของโปรแธลลัสออก ส่วนนี้จะมีไข่อยู่ ส่วนที่เหลือคือ แอนเธอริเดียที่มีการผลิตสเปริมอยู่ แล้วก็เอาโปรแธลลัสของอีกชนิดหนึ่งมาตัดเอาอวัยวะเพศผู้ออกไป เอาแต่เฉพาะเพศเมียไว้ จากนั้นก็เอาส่วนที่เหลือทั้องสองชนิดนี้มาเรียงต่อกัน แล้วก็รอโอกาศการว่ายของสเปริมมาที่ไข่ การทำแบบนี้ได้ผลมากก็จริง แต่ก็ไม่ถึง100%เนื่องจาก มีการผสมตัวเองไปก่อนแล้ว ก่อนที่เราจะเอามาทำการตัดแบ่งร่างออก 
วิธีที่4 การทำผสมแบบนี้จำเป็นต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยด้วย โดยทำการหว่านสปอร์ของชนิดที่จะเอามาทำพ่อแม่พันธุ์แยกจากกันคนละถาด คนละเวลา ดังนี้ สปอร์ที่เราคาดว่าจะเอามาทำแม่พันธุ์ควรจะหว่านก่อนราวๆ4-6อาทิตย์ ซึ่งการนี้จะทำให้เราได้ระยะของโปรแธลเลียของทั้งสองชนิดที่ในระยะที่เหมาะกับการผสมพันธุ์กันพอดี โดยปรกติอวัยวะเพศเมีย อาคิโกเนีย จะพัฒนาหลังจากตัวผู้ แอนเทอริเดีย ราวๆ1-2เดือน โดยนำเอาโปรแธลเลียที่เราต้องการที่จะให้ทำหน้าที่ผลิตสเปริมเพศผู้ ขนาดราวๆ1/4นิ้วมาวางในถาดแก้วแบนราบ จากนั้นก็ใส่น้ำอุ่นอุณหภูมิราวๆ25-35องศาเซลเซียสพอประมาณท่วมแผ่นโปรแธลเลีย จากนั้นนำเอาไปตั้งไว้ใต้แสงไฟขนาด40วัตต์ระยะห่าง1ฟุต ทิ้งไว้ราวๆ20นาที จากนั้นก็ส่องกล้องจุลทรรศน์ดูว่ามีเสปริมออกมาว่ายในน้ำหรือยัง จากนั้นนำโปรแธลเลียที่เราจะใช้เป็นแม่พันธุ์มาทำความสะอาดโดยการล้างน้ำ แล้วก็ส่องกล้องดูว่า แผ่นโปรแธลลัสนี้ได้รับการผสมพันธุ์ด้วยตัวเองไปหรือยัง ถ้าผสมแล้วก็ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ จากนั้นก็วางในส่วนที่เป็นด้านเพศเมียที่ผลิตไข่ วางลงไปในน้ำที่มีสเปริมตัวผู้ว่ายอยู่ โดยเอาฝาแก้วครอบปิดไว้กันการรบกวนจากนั้นเอา วางไว้ใต้แสงไฟเช่นเดิม วางทิ้งไว้ราวๆครึ่งชั่วโมงจนถึงคืนนึง จากนั้นก็นำเอาแผ่นโปรแธลเลียพวกนี้ไปล้างน้ำหลายๆครั้งจนสะอาด เพื่อกำจัดสเปริมตัวผู้ที่แผ่นนี้ผลิตได้ด้วยตัวเองออกไป จากนั้นก็นำไปปลูกในวัสดุปลูกที่สะอาด โดยแยกการปลูกแต่ละแผ่นๆไป การผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่นี้จะใช้เวลาราวๆ4-6อาทิตย์ ซึ่งการผสมพันธุ์ด้วยวิธีนี้จะประสบความสำเร็จราวๆ80% ******************* โดยทั้งหมด4วิธีของการผสมพันธุ์นี้ เป็นการผสมเพื่อข้ามสายพันธุ์ ผลผลิตที่ออกมาในกรณีที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากเดิม ที่ทำให้มีความคลาดเคลื่อนสับสนว่าจะเป็นลูกผสมหรือไม่ก็มีอาทิเช่น การที่ใบถูกทำลายเกิดบาดแผลทำให้โตผิดเพี้ยนไป หรืออาจจะเกิดจากการกลายพันธุ์ หรือการรวมกันของยีนที่ผิดปรกติ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นการจะให้มั่นใจว่าเป็นลูกผสมจริงหรือไม่ ก็ต้องไปส่งตรวจสอบจากแล็บวิทยาศาสตร์ หรือไม่ก็จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเฟิน เพื่อดูการคาบเกี่ยวระหว่างของพ่อและแม่ว่ามีความแตกต่างหรือเหมือนกันเพียงใด ภาพต่อไปนี้เป็นระยะการพัฒนาจากโปรแธลลัสไปเป็นใบจริง **หมายเหตุ - โปรแธลลัส (prothallus)เป็น เอกพจน์ - โปรแธลเลีย (prothalli)เป็น พหูพจน์
|