|
การปลูกเลี้ยง 
การปลูกเลี้ยงชายผ้าสีดาสำคัญที่วัสดุในการปลูก วัสดุปลูกที่ใช้ควรมีสารอาหารที่ดี สะอาด และการซึมซับน้ำที่ดี รวมทั้งแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีอีกด้วยวัสดุปลูกที่ดีนั้น ต้องสะอาด แนะนำให้เลือกวัสดุปลูก ที่ปลอดจากเชื้อโรครา แบคทีเรีย เพื่อที่เฟินชายผ้าสีดาจะได้อยู่กับเรานานๆค่ะ วัสดุที่ใช้ได้แก่
- - สแฟกนั่ม มอส
- - กาบมะพร้าวสับ หรือ แบบทั้งกาบ แนะนำให้ต้องแช่น้ำเพื่อล้างฝาดออกก่อน
- - ซากชายผ้าสีดาที่ตายแล้ว
- - หิน ซากใบไม้ผุ
- - เปลือกไม้
วัสดุจะเป็นอะไรก็ได้ ทำวิธีไหนก็ได้ ที่ระบบรากมีอากาศเข้าได้ มีสารอาหารที่เฟินชอบ เก็บความชื้นได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบใช้สแฟกนั่มมอสเนื่องจากง่ายต่อการปลูก ให้สารอาหารที่เฟินต้องการ สามารถปาดลูกได้ง่ายที่สุดค่ะ ลักษณะการปลูก อาจจะปลูกแบบเกาะแขวนกับต้นไม้ หรือแผ่นไม้ก็ได้ ตามแต่ที่ผู้เลี้ยงนิยมชมชอบ หรือจะปลูกลงกระถางก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ในโรงเรือนของดิฉันมี Platycerium bifurcatum งอกเองบนหินฟองน้ำได้อีกด้วยค่ะ ในสายพันธุ์ที่ไม่มีการเกิดหน่อ แนะนำให้ปลูกแบบเกาะแขวนเนื่องจากพวกนี้จะมีขนาดใหญ่ การปลูกลงกระถางจึงมีข้อจำกัด เมื่อขนาดของเฟินโตขึ้นเรื่อยๆ ในสายพันธุ์ที่เกิดหน่อใหม่ แนะนำให้ปลูกลงกระเช้าหรือตะกร้าในกรณีที่เมื่อเกิดลูกจะทำให้แยกหรือปาดได้ง่าย และการปลูกลงกระเช้า จะเอื้อต่อการออกลูกได้มากกว่าเอาเกาะติดแผ่นไม้หรือเกาะต้นไม้ การขยายพันธุ์ทำได้ดังนี้
1. การเพาะสปอร์ 2. การแยกหน่อจาก Pups เรื่องโรคและแมลง ชายผ้าสีดาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแมลงรบกวนเท่าไรยกเว้น P.redleyi และ P.elephantotis ที่มักชอบมีแมลงปีกแข็งและหนอนเข้าทำลายในระยะใบอ่อน ส่วนP.madagascariense เป็นชายผ้าสีดาที่เป็นที่ชื่นชอบของแมลงทุกชนิด หนู กระรอก และหอยทาก ยากำจัดหนอน แนะนำให้ใช้ สารกำจัดแมลงที่ไม่มีน้ำมันเป็นตัวทำละลาย เช่น เซฟวิน85 เมโทมิล40% เนื่องจากสารพวกนี้ เมื่อลงน้ำแล้วไม่ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำนม จึงไม่อันตรายเมื่อฉีดพ่นในช่วงอากาศร้อน การใช้ยาไม่ควรใช้ต่ำกว่าอัตราที่ระบุใช้ในฉลาก เนื่องจากจะไม่สามารถกำจัดแมลงได้แล้วยังจะทำให้แมลงเกิดการดื้อยาอีกด้วยค่ะ ภาพนี้เกิดจาก การเข้าทำลายของหนอน ที่เกิดจากแมลงบินมาวางไข่ ที่ใบของเฟินเขากวางตั้ง เมื่อไข่ฟักเป้นตัวหนอน ก็กัดกินใบเฟินเป้นแบบนี้ค่ะ 
ภาพนี้เกิดจาก การเข้าทำลายของหนอนอีกเช่นกันค่ะ แต่เป็นหนอนที่มาจากกาบมะพร้าวสับ โดยกาบมะพร้าวสับนี้ ได้เอามาเป็นวัสดุปลูกในระยะแยกเฟินเมื่อเกิดใบจริง เมื่อปลูกแล้วก็เอาถุงพลาสติกครอบไว้ กันแมลงมากิน แต่ปรากฏว่า วัสดุปลูกที่ใช้ปนเปื้อนเสียเอง ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่เห็นค่ะ พรุนไปหมดเลย ดังนั้น ขอแนะนำให้ผู้เลี้ยงได้ใช้ยากำจัดไข่แมลงให้หมดไปก่อน อาจจะใช้ สารคาร์โบฟูราน หรือ ฟูราดาน โรยลงไปบนวัสดุปลูกก็ได้ค่ะ 
ยากำจัดไรแดง
แนะนำตัว ออทุส หรือ ไรแบน สารพวกนี้เป็นตัวยารุ่นใหม่ ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม แต่ออกฤทธิ์ควบคุมไรได้นานเกือบเดือน ต่อการพ่นหนึ่งครั้ง และไม่มีกลิ่นเหม็นอีกด้วย ดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ ยากำจัดไร ลักษณะการเข้าทำลายของไรแดง จะเห็นเป็นจุดๆของการดูดกินน้ำเลี้ยงแบบนี้ค่ะ 
ยากำจัดเพลี้ยหอยเพลี้ยแป้ง
แนะนำให้ใช้สาร คลอไพริฟอส40% ผสมกับ พาราฟินออยล์(ไม่ใช่ไวท์ออยล์) สามารถใช้จุ่มทั้งกระถางเพื่อการกำจัดในกรณีที่เข้าทำลายระบบราก เหง้า สารสองตัวนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเฟินชายผ้าสีดาค่ะ ผ่านการทดลองโดยผู้เขียนมาแล้ว ยากำจัดเชื้อรา
เชื้อราที่เข้าทำลายมักเป็นในช่วงหน้าฝนและหน้าร้อน เช่น - เชื้อรา ไฟทอปทอร่า เชื้อพิเที่ยม อาการที่เห็นจะเป็นอาการรากเน่า ลำต้นเน่า ในตอนเช้าช่วงน้ำค้างลงจะเห็นเป็นเส้นใยราสีขาวๆซึ่งสายๆอากาศร้อนขึ้นจะหายไป กำจัดได้โดยใช้ ยาเมตาแลกซิล25% อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ20ลิตร ไม่เกิน2ครั้งติดกัน แล้วเปลี่ยนเป็น สารโพรพิเน็บ อัตรา 20กรัมต่อน้ำ20ลิตร การใช้ยารา ดิฉันขอแนะนำให้ใช้เต็มอัตราการใช้เพื่อการกำจัดที่ได้ผล ไม่แนะนำอย่างยิ่งที่จะให้ในอัตราที่ต่ำกว่าฉลาก เนื่องจากไม่ได้ผลแล้วยังทำให้เชื้อราดื้อยาอีกต่างหากค่ะ - ราใบจุดสีดำ แนะนำให้ใช้ ดังนี้ สารเบโนมิล สารแคปแทน สารแมนโคเซ็บ และ คลอโรธาโรนิล สลับกับในกรณีที่เลี้ยงเป็นจำนวนมาก ควรซื้อยาแบบขนาดเล็ก แต่หลายชนิด เพื่อป้องกันการดื้อยาที่เกิดจากการใช้สารเคมีตัวเดียว - ราใบชายเน่า leaf die back แนะนำให้ใช้ สารคลอโรธาโลนิล ฉีดพ่นทุก 7 วัน - ราเส้นใยสีขาวในระยะเพาะสปอร์คาดว่าจะเป็นเชื้อไรซอคทอเนีย แต่กำลังรอการตรวจจากแล็บเพื่อดูลักษณะของเชื้อราให้ละเอียดอีกครั้ง จะเอามาเล่าให้ฟังค่ะ แต่การป้องกันในระยะเริ่มแรก แนะนำให้ใช้ ไรโซเล็กซ์ ฉีดพ่นเมื่อพบการะบาด สลับกับแคปแทน80WG. โดยยาสองตัวนี้ไม่ทำอันตรายกับต้นเล้กๆ รายละเอียดเรื่องสารกำจัดรา ดูได้ที่นี่ค่ะ ยากำจัดเชื้อรา แต่ในกรณีระบาดรุนแรงแล้วแนะนำให้ย้ายปลูกใหม่ ในพีทมอสที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วจะเป็นการดีกว่า 
- ตะไคร่ ถ้าพบในระยะแรก แนะนำให้กำจัดออกจะดีกว่าการใช้สารเคมีค่ะ แนะนำ ไฟซาน20 อัตรา 1 ช้อนชาต่อน้ำ4ลิตร ค่ะ ยาตัวนี้อาจจะทำให้โปรแธลลัสชะงักการเจริญเติบโตระยะนึงค่ะ 
การป้องกันเชื้อแบคทีเรีย - การเข้าทำลายของแบคทีเรีย มักจะแสดงอาการเน่าเละมีกลิ่นเหม็น มีน้ำเยิ้มออกมา ถ้าเข้าที่ใบแนะนำให้ตัดใบที่เป็นโรคออกทิ้งโดยไม่ต้องมีการเสียดาย เนื่องจากถ้าเชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายถึงเหง้าแล้ว จะรักษาไม่หาย สารเคมีที่ใช้ ขอแนะนำตัว ไฟซาน20 ( Physan20) ฉีดพ่นบนวัสดุปลูกและบนใบชายผ้าได้โดยไม่ทำอันตรายต่อใบด้วย ซึ่งไฟซาน20นี้สามารถป้องกันได้ทั้งเชื้อ รา ไวรัส และตะไคร่อีกด้วย ***การเข้าทำลายของเชื้อโรคเหล่านี้ อาจเข้าทำลายพร้อมกันได้ทั้งสองตัว การใช้ยา อาจจะต้องใช้ทั้งยากำจัดแบคทีเรียและยากำจัดเชื้อราในคราวเดียวกัน****** ยากำจัดหอยทาก
แนะนำให้ใช้ สารเมธัลดีไฮด์ แบบชนิดฉีดพ่น หรือ แบบชนิดหว่าน การให้ปุ๋ยทางใบ
แนะนำให้ใช้ปุ๋ยปลาหมักที่ผ่านการหมักอย่างถูกต้องค่ะ และนำยี่ห้อ คอมเพล และ สาหร่ายทะเลสกัด แนะนำยี่ห้อ ไซโตออกซิน ค่ะ เนื่องจากผ่านการทดลองใช้สองตัวนี้แล้ว ค่อนข้างตอบสนองได้ดีในเฟินชายผ้าสีดา รายละเอียดเรื่องอาหารเสริม ดูได้ที่นี่ค่ะ อาหารเสริม ส่วนปุ๋ยเกร็ด ไม่แนะนำให้ใช้ค่ะ เนื่องจากจะทำให้ใบแคระแกร็นเมื่อใช้อัตราที่ผิด ซึ่งในปุ๋ยปลาจะมีปุ๋ย N P K โดยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่เพิ่มอีก หมายเหตุ...ไม่แนะนำให้ใช้สาร ไคโตซาน กับพวกเฟินค่ะ เพราะว่าทำให้เฟินชะงักการเจริญเติบโต และขอบใบไหม้ค่ะ ทางดิน แนะนำให้ใช้ ปุ๋ยละลายช้า ใส่ปริมาณน้อยๆแต่ทุกๆ3เดือน และ อัลกาซอย อัตรา 1 ช้อนชา ต่อกระถาง6นิ้ว เพื่อใบหนามันเงา การให้น้ำ น้ำที่ใช้แนะนำให้ใช้น้ำบ่อรดที่มีค่า pH 6-7.5 หรือ น้ำประปา การวัดค่าน้ำ อาจจะต้องลงทุนโดยส่งน้ำไปวัดตามแผนกเกษตรแต่ละอำเภอที่ท่านอยู่ จะมีการวัดน้ำให้ท่านฟรี เมื่อได้ค่าน้ำมาแล้ว ถ้าน้ำเป็นด่าง คือในกรณีที่ค่า pH สูงกว่า8 ก็แนะนำให้ใช้ กรดฟอสฟอริก แอซิดมาทำการปรับน้ำ หาได้ง่ายๆก็คือน้ำยาล้างห้องน้ำนี่แหละค่ะ ให้ค่าpHต่ำลงไปได้ตามที่ต้องการคือช่วง 6-7.5 ไม่แนะนำให้ใช้กรดน้ำส้มสายชู อะซิติกแอซิด เนื่องจากกรดตัวนี้จะไปทำลายสภาพของวัสดุปลูกให้มีความเป็นพิษต่อรากชายผ้าสีดาค่ะ ระยะเวลาของการรดน้ำ ดูที่สายพันธุ์เป็นหลัก บางชนิดอาจจะต้องมีการพักตัว เราก็ต้องดูตามสภาพ โดยดูจากพื้นที่ในธรรมชาติที่มันเกิดเป็นหลัก อย่างเช่นในฤดูร้อน สายพันธุ์ในธรรมชาติที่พักตัวจะมีP.wallichii P.quadridichotomum ดังนั้นจึงควรงดน้ำในฤดูการพักตัว การเริ่มงดน้ำให้สังเกตจากที่ใบกาบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ก็เริ่มลดปริมาณน้ำลง แล้วในช่วงฝนมาจึงค่อยรดน้ำตามปรกติ คิดตามหลักง่ายๆคือ เลียนแบบธรรมชาติ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งสภาพพื้นที่แต่ละภาคแต่ละบ้านอาจจะไม่เหมือนกัน การรดน้ำจึงไม่มีกฎตายตัวค่ะ ในเรื่องของช่วงเวลาการรดน้ำ
ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆอีกเช่นกัน เมื่อสภาพเครื่องปลูกแห้งก็ค่อยรดน้ำ อาจจะเป็นช่วงเช้า สาย เที่ยง บ่าย ค่ำ ก็ได้ แล้วแต่สภาพของเฟินในขณะนั้นว่าต้องการน้ำไหม ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมาก ไอน้ำไม่ค่อยระเหย วัสดุปลูกยังชื้นอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องรด เพราะถ้ารดไป รากอาจจะเน่าได้ ความชื้นที่เฟินชายผ้าชอบอยู่ที่ 50%โดยประมาณค่ะ ซึ่งในกรณีของเฟินชายผ้า ดิฉันจะไม่ค่อยซีเรียสเรื่องการรดน้ำ เนื่องจากเป็นเฟินที่ค่อนข้างทนความแห้งแล้งได้ดีค่ะ แต่ถ้าเรารดน้ำแบบเป็นปรกติสม่ำเสมอ จะทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็วค่ะ เรื่องของแสง ชายผ้าสีดาโดยทั่วไปชอบแสงที่ผ่านการกรองลงมาแล้วประมาณ40-50% แสงขนาดนี้จะทำให้เจริญเติบโตได้ดีที่สุดค่ะ วิธีการวัดแสงง่ายๆ ก็คือ ลองเอาฝ่ามือของเราบังใบเฟินชายผ้าเอาไว้ โดยบังสูงประมาณ1ฟุต ถ้าเกิดเงารางๆบริเวณที่ใบของเฟินชายผ้า แสดงว่าแสงกำลังดีค่ะ ถ้าเงาที่ตกทอดลงบนใบเฟินเห็นเป็นเงามืดชัดเจนเลยก็แปลว่าแสงมากเกินไป แต่ถ้าไม่มีเงาเลยก็แปลว่าแสงน้อยไปค่ะ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเรื่องของสายพันธุ์ก็ต้องคำนึงถึงด้วยค่ะ โดย สังเกตง่ายๆดังนี้ สายพันธุ์ที่ใบมีขนหนาๆขาวๆวาวๆปกคลุม เช่น P.veithchiiสามาระจะทนแดดได้ดีกว่าสายพันธุ์ที่ใบเขียวๆดำๆ เช่น P.stemaria เนื่องจากขนสีขาวสามารถสะท้อนแสงได้ดี แต่สีดำดูดแสงได้ดีกว่า ดังนั้นเมื่อเจอแดดแรงๆพวกสายพันธุ์ที่สีเขียวเข้มๆจะไหม้ได้ง่ายกว่า และรวมถึงใบที่มีแวกซ์ด้วยอย่างเช่นP.alcicorne จะทนแดดได้ดีกว่า P.hillii ในสภาพแดดแรงพอๆกัน เรื่องของการถ่ายเทอากาศ ชายผ้าสีดาชอบสถานที่เลี้ยงที่มีลมพัดผ่าน เหมือนตอนที่มันเกิดในป่าตามคาคบไม้ที่มีการเคลื่อนไหวของลมตลอดวัน ที่ที่มีอากาศถ่ายเทมาก จะไม่เกิดโรคเชื้อรามารบกวนค่ะ การเลือกสถานที่ปลูกเลี้ยงที่ดีก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ เรื่องของอุณหภูมิ ในบ้านเราไม่มีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ เพราะอากาศแบบบ้านเราสามารถปลูกได้ทุกสายพันธุ์ ในกรณีที่ผู้เลี้ยงบางคนกลัวการเลี้ยง P.madagascariense โดยคิดว่าชายผ้าชนิดนี้ชอบอากาศที่เย็น จ ริงๆแล้วเฟินชายผ้าตัวนี้ไม่ได้ชอบอากาศหนาวเย็น แต่มันชอบอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงๆ ต่อให้อากาศร้อนก็ได้ แต่ขอเพียงแค่ความชื้นสัมพัทธ์ไม่ควรตกลงกว่า50%ก็พอแล้วค่ะ ลองเล่นๆกับการปลูก P.madagascariense แบบเกาะแขวนค่ะ
สายพันธุ์นี้มักประสบปัญหาการตายจากผู้ปลูกเลี้ยงหลายท่าน เนื่องจากในการปลูกแบบเกาะแขวนทำให้วัสดุขาดความชื้นได้ง่าย วันนี้เลยลองปลูกแบบนี้ดูนะคะ ไว้จะเอาภาพมาให้ชมเรื่อยๆค่ะ     
ผ่านมาได้สองอาทิตย์ แผ่นทรีเฟินได้ดูดน้ำขึ้นไปถึงวัสดุปลูกแบบสม่ำเสมอดีค่ะ ไว้รอชมตอนต่อไปค่ะ
|