I love ferns เว็บของคนรักเฟิน    

 
I Love Ferns arrow การปลูกเลี้ยงและดูแล arrow การปลูกเลี้ยง
การปลูกเลี้ยง พิมพ์ อีเมล์

 

 การปลูกเลี้ยง

      
 การปลูกเลี้ยงชายผ้าสีดาสำคัญที่วัสดุในการปลูก  วัสดุปลูกที่ใช้ควรมีสารอาหารที่ดี 
สะอาด และการซึมซับน้ำที่ดี รวมทั้งแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีอีกด้วยวัสดุปลูกที่ดีนั้น ต้องสะอาด
แนะนำให้เลือกวัสดุปลูก ที่ปลอดจากเชื้อโรครา แบคทีเรีย เพื่อที่เฟินชายผ้าสีดาจะได้อยู่กับเรานานๆค่ะ

 

 

 

 วัสดุที่ใช้ได้แก่

  1. - สแฟกนั่ม มอส
  2. - กาบมะพร้าวสับ หรือ แบบทั้งกาบ  แนะนำให้ต้องแช่น้ำเพื่อล้างฝาดออกก่อน
  3. - ซากชายผ้าสีดาที่ตายแล้ว
  4. - หิน ซากใบไม้ผุ
  5. - เปลือกไม้

 วัสดุจะเป็นอะไรก็ได้ ทำวิธีไหนก็ได้ ที่ระบบรากมีอากาศเข้าได้ มีสารอาหารที่เฟินชอบ

 เก็บความชื้นได้  แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบใช้สแฟกนั่มมอสเนื่องจากง่ายต่อการปลูก

ให้สารอาหารที่เฟินต้องการ สามารถปาดลูกได้ง่ายที่สุดค่ะ

   ลักษณะการปลูก

อาจจะปลูกแบบเกาะแขวนกับต้นไม้ หรือแผ่นไม้ก็ได้ ตามแต่ที่ผู้เลี้ยงนิยมชมชอบ 

หรือจะปลูกลงกระถางก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด

 ในโรงเรือนของดิฉันมี Platycerium bifurcatum งอกเองบนหินฟองน้ำได้อีกด้วยค่ะ

ในสายพันธุ์ที่ไม่มีการเกิดหน่อ แนะนำให้ปลูกแบบเกาะแขวนเนื่องจากพวกนี้จะมีขนาดใหญ่

 

การปลูกลงกระถางจึงมีข้อจำกัด เมื่อขนาดของเฟินโตขึ้นเรื่อยๆ

ในสายพันธุ์ที่เกิดหน่อใหม่ แนะนำให้ปลูกลงกระเช้าหรือตะกร้าในกรณีที่เมื่อเกิดลูกจะทำให้แยกหรือปาดได้ง่าย

 และการปลูกลงกระเช้า จะเอื้อต่อการออกลูกได้มากกว่าเอาเกาะติดแผ่นไม้หรือเกาะต้นไม้

 การขยายพันธุ์ทำได้ดังนี้

1. การเพาะสปอร์

 2. การแยกหน่อจาก Pups

  เรื่องโรคและแมลง

ชายผ้าสีดาไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแมลงรบกวนเท่าไรยกเว้น P.redleyi 

 และ P.elephantotis ที่มักชอบมีแมลงปีกแข็งและหนอนเข้าทำลายในระยะใบอ่อน

  ส่วนP.madagascariense เป็นชายผ้าสีดาที่เป็นที่ชื่นชอบของแมลงทุกชนิด

  หนู กระรอก และหอยทาก

  ยากำจัดหนอน

แนะนำให้ใช้ สารกำจัดแมลงที่ไม่มีน้ำมันเป็นตัวทำละลาย เช่น เซฟวิน85 

 เมโทมิล40% เนื่องจากสารพวกนี้

เมื่อลงน้ำแล้วไม่ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำนม

 จึงไม่อันตรายเมื่อฉีดพ่นในช่วงอากาศร้อน 

การใช้ยาไม่ควรใช้ต่ำกว่าอัตราที่ระบุใช้ในฉลาก

 เนื่องจากจะไม่สามารถกำจัดแมลงได้แล้วยังจะทำให้แมลงเกิดการดื้อยาอีกด้วยค่ะ

ภาพนี้เกิดจาก การเข้าทำลายของหนอน ที่เกิดจากแมลงบินมาวางไข่ ที่ใบของเฟินเขากวางตั้ง

เมื่อไข่ฟักเป้นตัวหนอน ก็กัดกินใบเฟินเป้นแบบนี้ค่ะ

 

ภาพนี้เกิดจาก  การเข้าทำลายของหนอนอีกเช่นกันค่ะ  แต่เป็นหนอนที่มาจากกาบมะพร้าวสับ

โดยกาบมะพร้าวสับนี้ ได้เอามาเป็นวัสดุปลูกในระยะแยกเฟินเมื่อเกิดใบจริง  เมื่อปลูกแล้วก็เอาถุงพลาสติกครอบไว้ กันแมลงมากิน แต่ปรากฏว่า วัสดุปลูกที่ใช้ปนเปื้อนเสียเอง

ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่เห็นค่ะ  พรุนไปหมดเลย

ดังนั้น ขอแนะนำให้ผู้เลี้ยงได้ใช้ยากำจัดไข่แมลงให้หมดไปก่อน อาจจะใช้ สารคาร์โบฟูราน

หรือ ฟูราดาน โรยลงไปบนวัสดุปลูกก็ได้ค่ะ

 

 

 

 

 ยากำจัดไรแดง

 

แนะนำตัว ออทุส หรือ ไรแบน สารพวกนี้เป็นตัวยารุ่นใหม่

ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม แต่ออกฤทธิ์ควบคุมไรได้นานเกือบเดือน

ต่อการพ่นหนึ่งครั้ง และไม่มีกลิ่นเหม็นอีกด้วย

ดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ  ยากำจัดไร

ลักษณะการเข้าทำลายของไรแดง จะเห็นเป็นจุดๆของการดูดกินน้ำเลี้ยงแบบนี้ค่ะ

 

 

 

 ยากำจัดเพลี้ยหอยเพลี้ยแป้ง

แนะนำให้ใช้สาร คลอไพริฟอส40% ผสมกับ พาราฟินออยล์(ไม่ใช่ไวท์ออยล์) 

 สามารถใช้จุ่มทั้งกระถางเพื่อการกำจัดในกรณีที่เข้าทำลายระบบราก เหง้า

สารสองตัวนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเฟินชายผ้าสีดาค่ะ ผ่านการทดลองโดยผู้เขียนมาแล้ว 

 ยากำจัดเชื้อรา

เชื้อราที่เข้าทำลายมักเป็นในช่วงหน้าฝนและหน้าร้อน เช่น

 

        -       เชื้อรา ไฟทอปทอร่า  เชื้อพิเที่ยม  อาการที่เห็นจะเป็นอาการรากเน่า

  ลำต้นเน่า ในตอนเช้าช่วงน้ำค้างลงจะเห็นเป็นเส้นใยราสีขาวๆซึ่งสายๆอากาศร้อนขึ้นจะหายไป 

 กำจัดได้โดยใช้ ยาเมตาแลกซิล25% อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ20ลิตร

ไม่เกิน2ครั้งติดกัน

 แล้วเปลี่ยนเป็น สารโพรพิเน็บ อัตรา 20กรัมต่อน้ำ20ลิตร   

การใช้ยารา ดิฉันขอแนะนำให้ใช้เต็มอัตราการใช้เพื่อการกำจัดที่ได้ผล 

ไม่แนะนำอย่างยิ่งที่จะให้ในอัตราที่ต่ำกว่าฉลาก 

 เนื่องจากไม่ได้ผลแล้วยังทำให้เชื้อราดื้อยาอีกต่างหากค่ะ

 

-          ราใบจุดสีดำ  แนะนำให้ใช้ ดังนี้ สารเบโนมิล  สารแคปแทน

สารแมนโคเซ็บ และ คลอโรธาโรนิล 

 สลับกับในกรณีที่เลี้ยงเป็นจำนวนมาก

 ควรซื้อยาแบบขนาดเล็ก แต่หลายชนิด

เพื่อป้องกันการดื้อยาที่เกิดจากการใช้สารเคมีตัวเดียว

       -          ราใบชายเน่า leaf die back แนะนำให้ใช้ สารคลอโรธาโลนิล ฉีดพ่นทุก 7 วัน

     -         ราเส้นใยสีขาวในระยะเพาะสปอร์คาดว่าจะเป็นเชื้อไรซอคทอเนีย 

แต่กำลังรอการตรวจจากแล็บเพื่อดูลักษณะของเชื้อราให้ละเอียดอีกครั้ง

จะเอามาเล่าให้ฟังค่ะ  แต่การป้องกันในระยะเริ่มแรก 

แนะนำให้ใช้ ไรโซเล็กซ์ ฉีดพ่นเมื่อพบการะบาด สลับกับแคปแทน80WG.

โดยยาสองตัวนี้ไม่ทำอันตรายกับต้นเล้กๆ รายละเอียดเรื่องสารกำจัดรา

ดูได้ที่นี่ค่ะ  ยากำจัดเชื้อรา แต่ในกรณีระบาดรุนแรงแล้วแนะนำให้ย้ายปลูกใหม่

ในพีทมอสที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วจะเป็นการดีกว่า

Image Image Image

     -          ตะไคร่ ถ้าพบในระยะแรก แนะนำให้กำจัดออกจะดีกว่าการใช้สารเคมีค่ะ

แนะนำ 

ไฟซาน20 อัตรา 1 ช้อนชาต่อน้ำ4ลิตร ค่ะ

ยาตัวนี้อาจจะทำให้โปรแธลลัสชะงักการเจริญเติบโตระยะนึงค่ะ

Image

 

  การป้องกันเชื้อแบคทีเรีย 

-          การเข้าทำลายของแบคทีเรีย มักจะแสดงอาการเน่าเละมีกลิ่นเหม็น

มีน้ำเยิ้มออกมา  ถ้าเข้าที่ใบแนะนำให้ตัดใบที่เป็นโรคออกทิ้งโดยไม่ต้องมีการเสียดาย

 เนื่องจากถ้าเชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายถึงเหง้าแล้ว จะรักษาไม่หาย

สารเคมีที่ใช้

ขอแนะนำตัว ไฟซาน20 ( Physan20) ฉีดพ่นบนวัสดุปลูกและบนใบชายผ้าได้โดยไม่ทำอันตรายต่อใบด้วย 

 ซึ่งไฟซาน20นี้สามารถป้องกันได้ทั้งเชื้อ รา ไวรัส และตะไคร่อีกด้วย

 

***การเข้าทำลายของเชื้อโรคเหล่านี้ อาจเข้าทำลายพร้อมกันได้ทั้งสองตัว 

การใช้ยา อาจจะต้องใช้ทั้งยากำจัดแบคทีเรียและยากำจัดเชื้อราในคราวเดียวกัน******

 ยากำจัดหอยทาก

แนะนำให้ใช้ สารเมธัลดีไฮด์ แบบชนิดฉีดพ่น หรือ แบบชนิดหว่าน    

 การให้ปุ๋ยทางใบ

 แนะนำให้ใช้ปุ๋ยปลาหมักที่ผ่านการหมักอย่างถูกต้องค่ะ  และนำยี่ห้อ คอมเพล

และ สาหร่ายทะเลสกัด แนะนำยี่ห้อ ไซโตออกซิน ค่ะ 

 

 เนื่องจากผ่านการทดลองใช้สองตัวนี้แล้ว ค่อนข้างตอบสนองได้ดีในเฟินชายผ้าสีดา

 

  รายละเอียดเรื่องอาหารเสริม ดูได้ที่นี่ค่ะ อาหารเสริม 

ส่วนปุ๋ยเกร็ด ไม่แนะนำให้ใช้ค่ะ เนื่องจากจะทำให้ใบแคระแกร็นเมื่อใช้อัตราที่ผิด

ซึ่งในปุ๋ยปลาจะมีปุ๋ย N P K  โดยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่เพิ่มอีก

หมายเหตุ...ไม่แนะนำให้ใช้สาร ไคโตซาน กับพวกเฟินค่ะ

เพราะว่าทำให้เฟินชะงักการเจริญเติบโต และขอบใบไหม้ค่ะ

  ทางดิน

แนะนำให้ใช้ ปุ๋ยละลายช้า ใส่ปริมาณน้อยๆแต่ทุกๆ3เดือน  และ อัลกาซอย

อัตรา 1 ช้อนชา ต่อกระถาง6นิ้ว เพื่อใบหนามันเงา

  การให้น้ำ 

น้ำที่ใช้แนะนำให้ใช้น้ำบ่อรดที่มีค่า pH 6-7.5  หรือ น้ำประปา    การวัดค่าน้ำ

 อาจจะต้องลงทุนโดยส่งน้ำไปวัดตามแผนกเกษตรแต่ละอำเภอที่ท่านอยู่

จะมีการวัดน้ำให้ท่านฟรี  เมื่อได้ค่าน้ำมาแล้ว  ถ้าน้ำเป็นด่าง

คือในกรณีที่ค่า pH สูงกว่า8 ก็แนะนำให้ใช้

 กรดฟอสฟอริก แอซิดมาทำการปรับน้ำ  หาได้ง่ายๆก็คือน้ำยาล้างห้องน้ำนี่แหละค่ะ

 ให้ค่าpHต่ำลงไปได้ตามที่ต้องการคือช่วง 6-7.5 

ไม่แนะนำให้ใช้กรดน้ำส้มสายชู อะซิติกแอซิด

เนื่องจากกรดตัวนี้จะไปทำลายสภาพของวัสดุปลูกให้มีความเป็นพิษต่อรากชายผ้าสีดาค่ะ

 

  ระยะเวลาของการรดน้ำ

ดูที่สายพันธุ์เป็นหลัก  บางชนิดอาจจะต้องมีการพักตัว เราก็ต้องดูตามสภาพ

โดยดูจากพื้นที่ในธรรมชาติที่มันเกิดเป็นหลัก  อย่างเช่นในฤดูร้อน

สายพันธุ์ในธรรมชาติที่พักตัวจะมีP.wallichii  P.quadridichotomum

ดังนั้นจึงควรงดน้ำในฤดูการพักตัว 

การเริ่มงดน้ำให้สังเกตจากที่ใบกาบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

 ก็เริ่มลดปริมาณน้ำลง  แล้วในช่วงฝนมาจึงค่อยรดน้ำตามปรกติ 

 คิดตามหลักง่ายๆคือ เลียนแบบธรรมชาติ  ให้ได้มากที่สุด

ซึ่งสภาพพื้นที่แต่ละภาคแต่ละบ้านอาจจะไม่เหมือนกัน  การรดน้ำจึงไม่มีกฎตายตัวค่ะ 

 

 ในเรื่องของช่วงเวลาการรดน้ำ 

ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆอีกเช่นกัน  เมื่อสภาพเครื่องปลูกแห้งก็ค่อยรดน้ำ 

 อาจจะเป็นช่วงเช้า   สาย เที่ยง บ่าย ค่ำ ก็ได้ 

แล้วแต่สภาพของเฟินในขณะนั้นว่าต้องการน้ำไหม  

 ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมาก ไอน้ำไม่ค่อยระเหย

วัสดุปลูกยังชื้นอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องรด เพราะถ้ารดไป รากอาจจะเน่าได้ 

 ความชื้นที่เฟินชายผ้าชอบอยู่ที่ 50%โดยประมาณค่ะ  

 ซึ่งในกรณีของเฟินชายผ้า ดิฉันจะไม่ค่อยซีเรียสเรื่องการรดน้ำ

นื่องจากเป็นเฟินที่ค่อนข้างทนความแห้งแล้งได้ดีค่ะ 

แต่ถ้าเรารดน้ำแบบเป็นปรกติสม่ำเสมอ

จะทำให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็วค่ะ 

 

  เรื่องของแสง

ชายผ้าสีดาโดยทั่วไปชอบแสงที่ผ่านการกรองลงมาแล้วประมาณ40-50% 

แสงขนาดนี้จะทำให้เจริญเติบโตได้ดีที่สุดค่ะ วิธีการวัดแสงง่ายๆ

ก็คือ ลองเอาฝ่ามือของเราบังใบเฟินชายผ้าเอาไว้ โดยบังสูงประมาณ1ฟุต 

 ถ้าเกิดเงารางๆบริเวณที่ใบของเฟินชายผ้า แสดงว่าแสงกำลังดีค่ะ 

 ถ้าเงาที่ตกทอดลงบนใบเฟินเห็นเป็นเงามืดชัดเจนเลยก็แปลว่าแสงมากเกินไป 

 

 แต่ถ้าไม่มีเงาเลยก็แปลว่าแสงน้อยไปค่ะ 

 แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเรื่องของสายพันธุ์ก็ต้องคำนึงถึงด้วยค่ะ โดย สังเกตง่ายๆดังนี้

สายพันธุ์ที่ใบมีขนหนาๆขาวๆวาวๆปกคลุม

เช่น P.veithchiiสามาระจะทนแดดได้ดีกว่าสายพันธุ์ที่ใบเขียวๆดำๆ เช่น P.stemaria 

    เนื่องจากขนสีขาวสามารถสะท้อนแสงได้ดี  แต่สีดำดูดแสงได้ดีกว่า

ดังนั้นเมื่อเจอแดดแรงๆพวกสายพันธุ์ที่สีเขียวเข้มๆจะไหม้ได้ง่ายกว่า 

และรวมถึงใบที่มีแวกซ์ด้วยอย่างเช่นP.alcicorne จะทนแดดได้ดีกว่า P.hillii

นสภาพแดดแรงพอๆกัน

 

  เรื่องของการถ่ายเทอากาศ

ชายผ้าสีดาชอบสถานที่เลี้ยงที่มีลมพัดผ่าน

 เหมือนตอนที่มันเกิดในป่าตามคาคบไม้ที่มีการเคลื่อนไหวของลมตลอดวัน 

 ที่ที่มีอากาศถ่ายเทมาก จะไม่เกิดโรคเชื้อรามารบกวนค่ะ 

 การเลือกสถานที่ปลูกเลี้ยงที่ดีก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ

 

 

  เรื่องของอุณหภูมิ

 

ในบ้านเราไม่มีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ เพราะอากาศแบบบ้านเราสามารถปลูกได้ทุกสายพันธุ์ 

 ในกรณีที่ผู้เลี้ยงบางคนกลัวการเลี้ยง P.madagascariense

 โดยคิดว่าชายผ้าชนิดนี้ชอบอากาศที่เย็น จ

ริงๆแล้วเฟินชายผ้าตัวนี้ไม่ได้ชอบอากาศหนาวเย็น

แต่มันชอบอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงๆ ต่อให้อากาศร้อนก็ได้

แต่ขอเพียงแค่ความชื้นสัมพัทธ์ไม่ควรตกลงกว่า50%ก็พอแล้วค่ะ

 

  ลองเล่นๆกับการปลูก P.madagascariense แบบเกาะแขวนค่ะ

สายพันธุ์นี้มักประสบปัญหาการตายจากผู้ปลูกเลี้ยงหลายท่าน 

 เนื่องจากในการปลูกแบบเกาะแขวนทำให้วัสดุขาดความชื้นได้ง่าย

วันนี้เลยลองปลูกแบบนี้ดูนะคะ ไว้จะเอาภาพมาให้ชมเรื่อยๆค่ะ 

ImageImageImageImageImage

ผ่านมาได้สองอาทิตย์ แผ่นทรีเฟินได้ดูดน้ำขึ้นไปถึงวัสดุปลูกแบบสม่ำเสมอดีค่ะ 

 ไว้รอชมตอนต่อไปค่ะ 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
 
 
© 2012 I love ferns เว็บของคนรักเฟิน