|
Platycerium quadridichotomum ที่มาของชื่อมาจากการแตกแยกของใบชายที่ออกเป็น4เส้น ใบชายของมันจะห้อยาวลงมาและเป็นคลื่น บริเวณใบชายด้านบนจะมีขนให้เห็นในกรณีที่ปลูกเลี้ยงในสภาพแสงเพียงพอ ทางด้านใต้ใบจะปกคลุมแน่นไปด้วยขนสีน้ำตาลอ่อน บริเวณอับสปอร์จะอยู่บริเวณใบชายในช่วงที่ใบชายมีการแตกออกเป็นลำดับที่สองเช่นเดียวกับP.andinum ใบกาบจะมีขนาดสูงเมื่อต้นยังมีขนาดเล็ก แล้วจะแผ่ออกไปทางด้านบน ไม่มีการแตกออกเป็นพู สายพันธุ์นี้เลี้ยงค่อนข้างยาก เพราะเราขาดความเข้าใจในอุปนิสัยการเจริญเติบโต เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีการกระจายพันทางทิศตะวันออกของเกาะมาดากาสก้าในบริเวณที่แห้งแล้ง ถึงแม้ว่าจะอยู่ในหุบเขาแต่บริเวณนี้ก็ยังอยู่ในสภาวะแห้งแล้งนานถึง 6 เดือนโดยพบเจอตามก้อนหินปูนมากกว่าพบบนต้นไม้ โดยพื้นที่นี้ไม่เจอPlatyceriumสายพันธุ์อื่นอีกเลย ใบกาบของสายพันธุ์นี้มีลักษณะไม่หนาเช่นเดียวกับ P.stemaria มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสภาพที่แห้งแล้ง โดยที่ใบกาบมีลักษณะแห้งเป็นสีน้ำตาลและใบชายแห้งจนมีลักษณะม้วนเกลียวเป็นหลอด โดยมันจะบิดเอาใบชายทางด้านใต้ใบที่มีขนออกมาทางด้านนอกและจะหดตัวจนเหลือเป็นพื้นที่เล็กๆในขณะที่ไม้ทำการพักตัว ในสภาพการปลูกเลี้ยง ยังไม่มีข้อกำหนดว่าเราจะต้องให้ไม้พักตัวเหมือนในธรรมชาติที่มันเกิดหรือไม่

สองรูปข้างล่างนี้ถ่ายรูปหลังจากด้านบนราวๆ1เดือนค่ะ 

 จากสภาพการเลี้ยงทั้งหมดนี้ไม่มีการพักตัวค่ะ เป็นการเลี้ยงในประเทศไทยตั้งแต่ต้นเล็กๆค่ะ
|