|
Platycerium coronarium ที่มาของชื่อมาจากคำว่าcrownที่แปลว่ามงกุฏ โดยเห็นได้จากใบกาบที่มีลักษณะตั้งขึ้นเป็นพูไปตามแนวตั้งของใบ ใบกาบมีลักษณะฟูหนาคล้ายเนื้อไม้ก๊อก ซึ่งจะเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ ใบชายมีลักษณะยาวบิดเป็นเกลียว ลักษณะของสปอร์เป็นรูปไต 
ด้วยการกระจายพันธุ์ที่ค่อนข้างกว้างมาก ตั้งแต่ประเทศเวียดนาม พม่า ไทย สุมาตรา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ ดังนั้นจึงมีลักษณะใบชายที่แตกต่างกันออกไป เช่นทางภาคใต้ของไทย ใบชายจะมีขนาดยาวและใหญ่ ส่วนทางภาคตะวันออกใบชายจะมีลักษณะแคบกว่า ส่วนทางสระแก้วไปเขตเขมรใบชายจะค่อนข้างสั้นและหยิก เล็ก ลักษณะยาวเป็นกระจุกไม่ยาวเหยียดเหมือนทางภาคใต้และมีสีเขียวอ่อนกว่าด้วย 

P.coronariumเจริญเติบโตได้ในป่าทึบที่มีแสงค่อนข้างน้อยซึ่งพบเจอได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูง1600ฟุต ลักษณะการเกิดpupของสายพันธุ์นี้ต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งการแตกของไรโซมจะออกไปทางด้านข้างในแนวขนาดกับพื้นดิน ซึ่งต่างจากสายพันธุ์อื่นๆที่แตกออกได้รอบทิศ ซึ่งการเกิดpupในลักษณะนี้ทำให้เกิดหน่อใหม่ล้อมรอบต้นไม้ที่มันอาศัยอยู่เอาไว้ โดยลักษณะนี้ช่วยในการพยุงตัวของมัน ที่เกี่ยวข้องกับขนาดความใหญ่และมีน้ำหนักมาก ซึ่งในกระจุกนี้หน่อที่มีอายุมากที่สุดจะมีใบชายที่ยาวที่สุดด้วย ดังนั้นการปลูกเลี้ยงP.coronarium ต้องคำนึงถึงการแตกpupในลักษณะนี้ด้วย ดังนั้นการปลูกในกรอบไม้จึงไม่ใช่การปลูกที่เหมาะสมนัก เพราะทำให้pupที่ออกมาใหม่ไม่สามารถเกิดงอกออกมาได้ P.coronarium ปลูกเลี้ยงได้ไม่ยาก สาเหตุการตายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการให้น้ำที่มากเกินไป และเป็นชายผ้าที่มีอายุยืนยาวมาก แต่เป็นไม้ที่ไม่ทนต่อสภาพอากาศเย็น



P. coronarium Philippines เป็นสายพันธุ์ที่มีขนปกคลุมไปทั่วทั้งใบกาบและใบชายทำให้ดูขาวนวลไปทั้งต้น สวยงามมาก แม้จะนำมาปลูกเลี้ยงและเพาะสปอร์ที่ประเทศไทย แต่ไม่ค่อยแตกเหง้า ซึ่งต่างจากสายพันธุ์ของไทย ที่ไม่มีขน ขียวเป็นมันและแตกเหง้าใหม่ได้ง่ายกว่า 


|