|
Platycerium alcicorne ชื่อของspeciesนี้มีความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่าง P.vassei ของ C.V.Morton และ P.alcicorne ของ G.T.DE Joncheere แต่ Morton ได้เสียชีวิตลงไปก่อน ดังนั้นspecies นี้จึงถูกเรียกว่า P.alcicorne สืบมา 

Species นี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นจาก 2 แหล่งกำเนิดคือ ตัวธรรมดาที่มาจากแอฟริกา และอีกตัวหนึ่งมาจากมาดากาสก้า โดยไม้ทั้งสองตัวนี้มีความแตกต่างทางด้านกายภาพที่เห็นได้ชัดเจนคือ ไม้ที่มาจากแอฟริกาจะมีสีเขียวอ่อน และใบมันเป็นแวกซ์ไม่มีขน ใบกาบจะมีสีน้ำตาลอ่อนเมื่อใบกาบได้ตายลงส่วนไม้ที่มาจากมาดากาสก้าจะมีสีเขียวเข้ม และใบมีขนจำนวนมาก ใบชายจะออกสีเขียวเข้มบริเวณด้านบนของใบ ส่านบริเวณใต้ใบจะมีสีขาวและมีขน ใบกาบเมื่อตายลงจะมีสีดำโดยใบกาบของพวกที่มาจากมาดากาสก้าจะมีลักษณะเป็นจีบ(fold)เมื่อได้รับการเลี้ยงดูในที่ที่มีแสงเพียงพอ ซึ่งไม้ที่มาจากมาดาสก้ายังแบ่งออกเป็น2ฟอร์มย่อยอีกดังนี้คือ แบบใบชายกว้าง และแบบใบแคบ ซึ่งเมื่อตอนเล็กๆ ใบชายของทั้งสองฟอร์มนี้จะค่อนข้างออกไปในแนวกว้าง และในเรื่องของแสงก็มีส่วนกับขนาดความกว้างของใบอีกด้วย ซึ่งชนิดฟอร์มที่ใบชายเล็กนั้นจะเห็นลายเส้นที่เกิดบนใบได้ชัดเจน ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างไม้สองแหล่งกำเนิดนี้คือ ใบกาบของสายพันธุ์ที่มาจากมาดากาสก้าเมื่อเกิดใหม่ๆจะมีขนสีดำชัดเจน ซึ่งต่างชัดเจนจากสายพันธุ์ที่มาจากทางแอฟริกาที่ไม่มีขนสีดำ การเลี้ยงดู ทั้งสองสายพันธุ์นี้ค่อนข้างจะชอบอากาศร้อนมากกว่าอากาศเย็น ซึ่งพันธุ์ที่มาจากแอฟริกาจะทนน้ำได้มากกว่าสายที่มาจากมาดากาสก้า และการแตกpupจะมีมากกว่าด้วย เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเลี้ยงค่อนข้างง่ายที่สุดในบรรดาPlatyceriumด้วยกัน 





|